แม้ว่าก่อนเลือกตั้งจะฟาดๆ ทุบๆ กันอย่างไรก็ตาม แต่เมื่อจับมือจัดตั้งรัฐบาลกันแล้ว อะไรที่ผ่านๆ มาก็ให้ลืมๆ ไป มาทำงานด้วยกันอย่าขัดขากันเอง ในช่วงก่อนเที่ยงวันที่ 2 เม.ย. “ดร.เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม “หัวหน้าหนิม” จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และรมว.แรงงาน เดินทางมาหา “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ตามคำเชิญ เพื่อพูดคุยถึงการทำงานร่วมกันในฐานะที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล
อาหารกลางวันที่เสิร์ฟบนโต๊ะอาหารประกอบด้วย ข้าวหน้าไก่ ขนมผักกาด ก๋วยเตี๋ยว-เกาเหลา และลูกชิ้นศรีย่าน
บรรยากาศเป็นไปด้วยดี ช่วงบ่าย คณะที่ไปรับประทานอาหารให้สัมภาษณ์ร่วมกันหน้าตึกไทยคู่ฟ้าลงมาให้สัมภาษณ์ด้วยกัน เสี่ยหนูกล่าวว่า คิดว่าเมื่อรัฐบาลชุดใหม่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณและเริ่มทำงาน การทำงานก็จะเป็นไปอย่างราบรื่น เราได้พูดคุยไปถึงว่า ก่อนหน้านี้เคยมีอะไรที่ไม่เข้าใจกันในการทำงาน เพราะมีปัญหาใจอะไรต่างๆ จากนี้ไปหวังว่าคงจะไม่มี เพราะตอนนี้เปิดเส้นทางตรง จะนายยศชนัน นายจุลพันธ์ หรือใครก็ตามที่อยู่ใน ครม.ของพรรคเพื่อไทย สามารถมาคุยกับตนได้ตลอด จะมาหาตนหรือให้ไปหาเป็นเรื่องปกติ เราทำงานแบบเอาผลของงานเป็นเป้าหมาย

“ได้แจ้งนายยศชนันว่าจะมีการประชุม ครม.ด้านเศรษฐกิจทุกวันจันทร์ รัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ดูกระทรวงแรงงาน ดูกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ อว. ต่างมีความสำคัญเกี่ยวกับเศรษฐกิจก็ต้องมาร่วมประชุม”
ดร.เชน กล่าวว่า เราต้องสนับสนุนกัน เสถียรภาพทางการเมืองจะทำให้หลายประเทศเชื่อมั่นเข้ามาลงทุน ทำให้ประเทศเดินก้าวหน้าไปให้ได้ ปัจจุบันภาวะวิกฤติมีหลายเรื่อง เราไม่สามารถทำงานแบ่งกระทรวงได้ เมื่อสามารถทำงานได้วันแรก รัฐบาลต้องพร้อม ทุกกระทรวงสามารถทำงานสอดรับกันได้ สื่อสารออกไปจะได้เป็นเนื้อเดียวกันและเรื่องเดียวกัน ประเทศไทยต้องหลุดพ้นจากเรื่องความขัดแย้งแล้วมุ่งหน้าไปสู่ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องประชาชน
เมื่อถามว่าจากการพูดคุยวันนี้ เรื่องใดที่ต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน ดร.เชน กล่าวว่า “ผมคิดว่าเป็นเรื่องความอ่อนไหวของสถานการณ์โลกที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ต้องช่วยกันบริหารจัดการให้ดี”

ดร.เชน กล่าวอีกว่า เมื่อจะบริหารบ้านเมืองต้องแยกเรื่องการเมืองออกไป เวลาเราทำงานในโหมดของรัฐบาล คือเรื่องภาษีของประชาชนและการทำงานไม่สามารถที่จะขัดแย้งแล้วเอาการเมืองมาผสมได้ เวลาตอบคำถามในหลายประเด็นต้องตอบในโหมดเกี่ยวกับรัฐบาล หน้าที่ในเดือนนี้ ในสัปดาห์นี้ เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของประชาชนในหลายเรื่อง ได้คุยกับนายอนุทินว่า เราพร้อมเดินหน้าทันทีและก้าวข้ามสิ่งที่เป็นอุปสรรคไปให้ได้
“หัวหน้าหนิม” นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กว่า ได้ทราบเรื่องกรณีที่มีคนนำเลขบัตรประชาชน 13 หลักของนายกฯ ที่หาได้จากอินเทอร์เน็ต ไปลงทะเบียนใช้งานระบบ e-self service ของสำนักงานประกันสังคม แล้วใส่อีเมลและเบอร์โทรศัพท์ของตัวเองแทน จากนั้นก็นำภาพหน้าจอที่ปรากฏมาโพสต์เผยแพร่ ขอชี้แจงว่า ระบบประกันสังคมไม่ได้ถูกแฮก ข้อมูลในฐานข้อมูลของประกันสังคมไม่ได้รั่วไหล
“สิ่งที่เกิดขึ้นคือการแอบอ้างข้อมูลบุคคลอื่น ซึ่งผิดกฎหมายชัดเจน ต้นตอที่แท้จริงของปัญหานี้คือการที่ข้อมูลส่วนตัวของประชาชนถูกนำมาซื้อขายในอินเทอร์เน็ตอย่างกว้างขวาง ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องแก้กันในระดับประเทศ เบื้องต้น สำนักงานประกันสังคมได้แจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามกฎหมายจนถึงที่สุดแล้ว” พร้อมทั้งยืนยันว่า ระบบ e-self service ปลอดภัยกว่าเดิมแน่นอน
สรุปใครมือบอนอยากลองของก็รับคดีไป อาจมีไหว้สวยรวยกระเช้ารู้เท่าไม่ถึงการณ์

“สส.ไอซ์” รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) แถลงข่าวไปยัง รมว.แรงงานคนใหม่ เรียกร้องให้มีการใช้บำนาญสูตรแคร์ ที่มีการทำประชาพิจารณ์และบอร์ดประกันสังคมได้มีมติไปเมื่อปลายปีที่แล้ว ผู้ประกันตนกว่า 6 แสนคน รอบำนาญสูตรแคร์อยู่
ส่วนเรื่องระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมใหม่ จากการประชาพิจารณ์ ผู้ประกันตน 90% เห็นด้วยในการใช้ระเบียบเดิม จึงอยากให้รัฐมนตรีฟังเสียงผู้ประกันตน ซึ่งขณะนี้มีการเสนอร่างระเบียบมา 4 ร่าง แต่อยากให้รัฐมนตรีพิจารณาเลือกใช้ร่างเดิม และให้มีการจัดการเลือกตั้งให้เร็วที่สุด และขอให้เร่งตรวจสอบเอาผิดการซื้อตึกสกายไนน์เกินจริง ตลอด 4 เดือนที่ผ่านมา น.ส.ตรีนุช เทียนทอง อดีต รมว.แรงงาน ได้ปล่อยเกียร์ว่าง ในการสืบสวนหาผู้กระทำผิด จึงขอเรียกร้องไปยังนายจุลพันธ์เร่งดำเนินการตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวน

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเหตุผลการตัดสินใจร่วมรัฐบาลอนุทิน 2 ว่า “นายกฯ หนูได้ทาบทามให้มาช่วยทำงาน ตนเองก็คิดหนักเพราะเป็นข้าราชการมา 30 กว่าปี เหลืออายุราชการ 4 ปี ช่วงแรกยืนยันกับนายกฯ ว่าขอช่วยในฐานะเลขาฯ กฤษฎีกา แต่นายกฯ บอกว่าควรมาช่วยลงมือทำ และผลักดันงานต่างๆ ที่ยังคงต้องขับเคลื่อนอีกหลายอย่าง หากอยู่เฉพาะกฤษฎีกาคงผลักดันเรื่องต่างๆ ได้น้อย เห็นว่า หากจะผลักดันงานด้านกฎหมายของประเทศต่างๆ ก็ต้องลงมือทำเองจึงได้ตอบตกลง อยากผลักดันโครงสร้างพื้นฐานด้านกฎหมายของประเทศให้อยู่ในระดับสากล เป็นที่ยอมรับเพื่อให้ประเทศไทยอยู่ในจอเรดาร์โลก” นายปกรณ์ กล่าว
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี อภิปรายตอนหนึ่งถึง กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา (กองทุนสวัสดิการอดีต สส.-สว.) ว่า นี่คือกองทุนอภิสิทธิ์ สส. สว. จ่ายเดือนละ 3,500 บาท แต่เราจ่ายเงินจำนวนนี้เพื่อแลกกับสิทธิประโยชน์ 5 สิทธิ ได้แก่ 1.เงินทุนเลี้ยงชีพ (บำนาญ) 2.ค่ารักษาพยาบาล/ตรวจร่างกาย ไม่เกิน 1.3 แสนบาทต่อปี 3.เงินช่วยเหลือการศึกษาบุตรเบิกได้ 2 คน 4.กรณีทุพพลภาพ 1.5 หมื่นบาทต่อเดือน และ 5.กรณีถึงแก่กรรม จำนวน 200,000 บาท

“ผมคิดว่ามันเป็นสิทธิประโยชน์ที่ทะลุฟ้าทะลุเพดาน ไม่มีกองทุนไหนให้สวัสดิการมากมายขนาดนี้ จนผมรู้สึกว่าเราเอาเปรียบประชาชนมากเกินไปหรือไม่ อะไรลดได้ลด อะไรตัดได้เราควรจะตัด เพราะมิฉะนั้น วันหนึ่งกองทุนนี้ต้องถังแตก จากรายงานที่มีการชี้แจงมา ปี 66 ติดลบ 19 ล้านบาท ปี 67 ติดลบ 23 ล้านบาท ในเรื่องบำนาญ สส., สว. หากพวกเราเป็น สส. 1 ปี ถ้ามีการยุบสภา ได้บำนาญเลี้ยงดูตลอดชีวิต เริ่มต้นที่ 21,300 บาท จนถึงเพดานสูงสุดที่ 42,700 บาท ตามระยะเวลาการเป็นสมาชิกรัฐสภา ตั้งแต่ 1 เดือน–24 ปี (เป็นนานได้บำนาญเยอะ)
วันนี้พวกเราอายุน้อยๆ กันเยอะ ผ่านไป 1 ปี หากมีการยุบสภา ประชาชนต้องเลี้ยงดูพวกเราตลอดชีวิต เผลอๆ เลี้ยงดูไป 40-50 ปี ในปี 69 ได้ตั้งงบประมาณกองทุนฯ ไว้ที่ 420 ล้านบาท เราเก็บเดือนละ 3,500 บาท สส. 500 คน และสว. 200 คน ปีหนึ่งได้ประมาณ 29.4 ล้านบาท รัฐจ่ายสมทบ 400-500 ล้านบาท มันต่างกับประกันสังคมถึง 13-15 เท่า อยากเรียกร้องให้พวกเราที่มีส่วนได้เสีย ลองช่วยกันเสียสละสักครั้ง โดยยกเลิกบำนาญ สิทธิประโยชน์อื่นผมยังพอรับได้
เกิดเหตุเกือบตะลุมบอนกันเมื่อ “สส.ต้า” ภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) อภิปรายสนับสนุนให้จำกัดสิทธิกองทุน สส.ต้า ได้อ่านข้อความบนกระดาษ ทำให้ คริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ (เคยร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ แต่ไม่ได้เป็น สส.) ประท้วงว่าผิดข้อบังคับ

จากนั้น คริสอภิปรายว่า “สส.ทำงานที่คุ้มค่าเงินภาษีประชาชนหรือไม่ เพราะใช้แชตจีพีที เขียนอภิปรายแล้วท่องไม่ได้ กลับมาอ่านในห้องประชุม บางคนเป็นสามล้อถูกหวย เกาะพรรคเข้ามา แต่ไม่เก่งไม่มีความเป็นตัวเอง แต่ได้เข้ามาสู่สภาต้องทำงานให้คุ้มค่าเงินเดือน”
ภายหลังคริส อภิปรายเสร็จ “สส.เอิร์ธ” ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เดินปรี่เข้ามาหานายคริส และปะทะคารมกัน เนื่องจากมีการอภิปรายพาดพิงกันก่อนหน้านี้ จนส่อที่จะมีการวางมวยกัน ทำให้เพื่อนสมาชิกที่เห็นท่าไม่ดี ต่างกรูกันเข้าไปห้ามทางฝั่งของนายปกรณ์วุฒิ และนายคริส กันยกใหญ่ ก่อนจะจับทั้งคู่แยกย้ายกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “บิ๊กหมง” มงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ประชุม กมธ.วิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) เมื่อวันที่ 1 เม.ย. ที่ประชุมหารือถึงแนวทางการจัดอาหารกลางวันให้แก่ สว. ในวันที่มีการประชุมวุฒิสภา โดยที่ประชุมมีมติให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา จัดอาหารกลางวันให้สำหรับในสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. 2569 โดย สว.จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าอาหารเองคนละ 10,000 บาท โดยอาจหักจากเงินประจำตำแหน่ง และเงินเพิ่มของ สว.
“ทีมข่าวการเมือง”



