เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 69 เมื่อเวลา 07.00 น. ที่ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาชน นำทีมผู้สมัคร สก. เดินทางมาเพื่อสมัครลงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) โดยนายชัยวัฒน์ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ว่า เช้าวันนี้ได้นั่งรถเมล์ไฟฟ้า EV เพื่อเดินทางมาสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ยืนยันว่ามีความพร้อมมาก จะได้รับเลือกส่วนจะได้รับเลือกหรือไม่นั้น ประชาชนชาวกรุงเทพฯ จะเป็นผู้ตัดสิน ใช้โอกาสนี้ทำหน้าที่ของเรา คือใช้โอกาสนี้ในการนำเสนอวาระที่จะพัฒนาอนาคตกรุงเทพมหานครและอีก 50 เขต ในอีก 4 ปีข้างหน้า
นายชัยวัฒน์ กล่าวต่อว่า ซึ่งระหว่างที่เดินทางมาที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง ได้มีการไลฟ์แนะนำนโยบายของแต่ละเขตไปบ้างแล้ว ซึ่งหากอยากให้วาระเขตของพรรคประชาชนเกิดขึ้น ก็ต้องเลือกผู้ว่าฯ จากพรรคประชาชนด้วย เพราะหากเลือก สก. จากพรรคประชาชนแล้ว นำนโยบายไปฝากผู้ว่าฯ จากพรรคการเมืองอื่นก็อาจจะเป็นไปได้ยาก
“ดังนั้นเราจึงอยากขอให้ประชาชน เลือกพรรคประชาชนยกทีม” นายชัยวัฒน์ กล่าว
ทั้งนี้ ปัญหาเร่งด่วนนั้นมีหลายเรื่อง อย่างเรื่องปัญหาขยะ ซึ่งเราอยากจะเน้นปัญหาเชิงโครงสร้าง ปัญหาเรื่องเส้นเลือดฝอย เช่น การลอกท่อ การแก้ปัญหาทางเท้า และสิ่งที่ต้องทำมากขึ้น จากการที่ไม่ได้ทำมาพอสมควรในอดีต โดยเฉพาะเรื่องการจัดการปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน เราจึงได้นำเสนอ ระบบกรุงเทพฯ โปร่งใส AI จับโกง ซึ่งจะทำให้ฝ่ายบริหารสามารถจับทุจริตได้ตั้งแต่ต้นน้ำ เพราะหากปล่อยให้ปัญหาเกิดขึ้นแล้วการจัดการของผู้ว่าฯ มีจำกัดมาก ดังนั้นจึงต้องจัดการปัญหาตั้งแต่ต้นน้ำ ตั้งแต่การตั้งงบประมาณ สืบหาราคากลาง ส่วนกลางน้ำคือการออก TOR ซึ่งระบบที่เราจะตั้งเอาไว้นี้ สามารถเข้ามาจัดการได้

เมื่อถามว่า หากผลการเลือกตั้งออกมาไม่ได้เป็นตามคาดจากพรรคประชาชน พร้อมที่จะทำงานผู้ว่าฯ ร่วมกับพรรคอื่นหรือไม่ กล่าวว่าเรื่องของการทำงานร่วมกันนั้น เราได้แสดงให้เห็นมาโดยตลอด แต่อย่างที่ตนกล่าวไป หากอยากจะให้พรรคประชาชน คนกรุงเทพฯ ได้เลือกวาระเมืองที่แคนดิเดตผู้ว่าฯ จากพรรคประชาชนนำเสนอ จัดการกรุงเทพฯ ได้ง่ายขึ้น เป็นเมืองสวัสดิการ ความเหลื่อมล้ำลดลง เป็นเมืองที่เปิดประตู ถ้าอยากจะผลักดันวาระเหล่านี้ ก็ต้องเลือกทั้งผู้ว่าฯ และ สก. จากพรรคประชาชน เมื่อถามว่า หากได้รับเลือกตั้งพร้อมทำงานทันทีหรือไม่ กล่าวว่า เรามี Action กันทั้งหมดทั้ง 50 เขต เพราะว่าที่ สก. เราได้ลงไปคุยกับประชาชนในพื้นที่จริง สำรวจปัญหาจริง ดังนั้นเรามี Action pay ระดับเขตอยู่แล้ว จึงมีความพร้อมที่จะเริ่มงานทันที
นายชัยวัฒน์ กล่าวต่อว่า เป็นความตั้งใจของเรา จึงได้มีสโลแกน โดยเริ่มจากสโลแกนกรุงเทพฯ ง่ายๆ เพื่อให้เห็นว่ามันง่าย ทำได้จริง เริ่มจากการไม่มีป้ายหาเสียงของตัวแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. จากพรรคประชาชน แต่ยังคงมีป้ายแนะนำตัวของ สก. ทั้ง 50 เขต เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนเกิดความสับสน แต่จะลดจำนวนลง ไม่ให้มีมาก โดยจะมีป้ายแค่ 1-2 เท่าของหน่วยเลือกตั้ง แต่จะไม่มีของผู้ว่าฯ เนื่องจากแคนดิเดตผู้ว่าฯ ได้รับความสนใจ นำเสนอผ่านสื่ออยู่แล้ว
ดังนั้นตนเชื่อว่าชาวกรุงเทพฯ ที่ตัดสินใจเลือกเราคงไม่ได้เลือกจากการมีป้ายหาเสียงเยอะหรือน้อย โดยเฉพาะการติดป้ายหาเสียงในช่วงฤดูฝนจะไปบดบังทัศนียภาพการมองเห็นของผู้ใช้รถใช้ถนน ทำให้เกิดความลำบาก ทำให้การใช้ชีวิตการเดินทางลำบาก เราจึงไม่อยากเป็นภาระ เพราะเราอยากทำให้กรุงเทพฯง่ายๆ ก็แสดงความจริงใจออกมาในส่วนนี้แล้ว
อย่างไรก็ตามเราจะมีการเติมเต็มโดยติดตั้งไวนิลในย่านชุมชน เพื่อให้ผู้สูงอายุที่ใช้ชีวิตในชุมชนสามารถมองเห็น ทั้งผู้ว่าฯ และ สก. อยู่คู่กัน นอกจากนี้ ยังมีการเดินเท้า เคาะประตูบ้านแจกใบปลิว การแนะนำตัวต่อผู้สูงอายุ เมื่อถามถึงกรณี ว่าที่ผู้สมัคร สก.เขตลาดพร้าว มีการถอนตัว ทางพรรคประชาชนได้มีการจัดหาผู้สมัครใหม่มาแทนหรือไม่ ซึ่งทางนายชัยวัฒน์ ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว และมีการเดินออกจากวงสัมภาษณ์ เพื่อเดินมาให้สัมภาษณ์กับสื่อตามบูธต่างๆ.



