เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 28 ต.ค. ที่ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการ กทม.1 (เสาชิงช้า) เขตพระนคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดตัวโครงการห้องเรียนสู้ฝุ่นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยโครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือ ระหว่างกรุงเทพมหานคร กับกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย เปิดโครงการห้องเรียนสู่ฝุ่นในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร และสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เข้าร่วม 34 แห่ง พร้อมรับมอบเซ็นเซอร์วัดฝุ่น เพื่อรับมือกับสถานการณฝุ่น PM2.5

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า เยาวชนเป็นกลุ่มที่จะได้รับผลกระทบจากฝุ่นมากที่สุด อาจทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยจากโรคทางเดินหายใจ หากเยาวชนมีความรู้ก็จะสามารถนำความรู้ไปขยายต่อให้ครอบครัว และดูแลป้องกันตนเอง โครงการนี้เป็นโครงการที่ดี เพราเน้นป้องกันแก้ที่ต้นเหตุ ในระยะยาว กทม. มีโครงการกำจัดต้นตอของฝุ่น ป้องกันให้อุปกรณ์หน้ากาก หรือหาพื้นที่ปลอดภัยให้กับกลุ่มเปราะบาง ลดการเผาชีวมวลในพื้นที่เขตเกษตรกรรม โดยเฉพาะเขตหนองจอก และมีนบุรี ตรวจควันดำจากรถยนต์ และไซต์ก่อสร้าง

นายชัชชาติ กล่าวต่ออีกว่า เราเปิดศูนย์บัญชาการฝุ่น PM2.5 ที่ศาลาว่าการกรุเทพมหานคร (ดินแดง) มอนิเตอร์ตลอด คงต้องทำเอาจริงเอาจัง ทำแผนระยะยาว คงต้องหารือกับปริมณฑลด้วย เพราะอากาศเชื่อมโยงกัน
นายชัชชาติ กล่าวต่ออีกว่า ส่วนแผนการทำเซ็นเซอร์วัดฝุ่นในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร มีอยู่แล้ว 200 กว่าโรงเรียน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) โรงเรียนใดไม่มีอาจจะต้องติดตั้งแอปพลิเคชันกลาง และระบบชักธง 5 สี บอกสภาพฝุ่น

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการ สสส. กล่าวว่า ความรุนแรงจากฝุ่น PM2.5 ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนทุกช่วงวัย เพิ่มโอกาสเป็นโรคติดต่อไม่เรื้อรังในกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็ก เยาวชน หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ป่วย โดยพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล พบฝุ่นมากในช่วงเดือนพฤศจิกายน-มีนาคม ของทุกปี
โครงการห้องเรียนสู้ฝุ่น จึงเป็นการสร้างองค์ความรู้ด้านสุขภาพให้กับนักเรียนในพื้นที่เสี่ยงผ่านการเรียนการสอน เพื่อส่งต่อไปยังครอบครัว ชุมชน และสังคม เป้าหมายสำคัญมี 3 ประการ ได้แก่ 1.สร้างสถานศึกษาต้นแบบรับมือ PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 2.พัฒนาระบบข้อมูล องคความรู้และสื่อ ให้เป็นเครื่องมือในการขยายผล และสร้างกลไกที่เกี่ยวข้องระดับชุมชน สำนักงานเขตและสังคม 3.สานพลังภาคีเครือข่าย รับมือ PM 2.5 ส่วนเป้าหมายระยะยาว คือ การจัดกิจกรรมธงสุขภาพ ครอบคลุมโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครทั้ง 437 แห่ง.



