นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ในปี พ.ศ. 2564 ที่ผ่านมา กรมปศุสัตว์ได้แต่งตั้ง Dr.Ann-Susanne Munstermann ผู้เชี่ยวชาญจากองค์การสุขภาพสัตว์โลก (WOAH) เป็นที่ปรึกษาเพื่อให้คำแนะนำและร่วมกำหนดแนวทางการขอคืนสถานภาพปลอดกาฬโรคแอฟริกาในม้าของประเทศไทยให้เป็นไปตามข้อกำหนดขององค์การสุขภาพสัตว์โลก (WOAH) ทั้งนี้ Dr.Ann – Susanne Munstermann ได้เดินทางมาไทยระหว่างวันที่ 16-24 ตุลาคม 2565 เพื่อศึกษาดูการดำเนินงาน วิเคราะห์ข้อมูล และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการกำจัดกาฬโรคแอฟริกาในม้าของประเทศไทยทั้งระบบ อาทิ การเฝ้าระวังโรค การตรวจตัวอย่าง การป้องกันโรค การควบคุมโรค ระบบสัตวแพทย์บริการ และการจัดทำแผนเตรียมความพร้อม เพื่อตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน เป็นต้น โดยได้มีการลงพื้นที่เพื่อดูการจัดการระบบต่างๆ พร้อมให้คำแนะนำในการเขียนเอกสาร และได้กล่าวชื่นชมการดำเนินงานของกรมปศุสัตว์และทุกหน่วยงานภาคีที่ได้เร่งรัดดำเนินการเฝ้าระวัง ควบคุม และป้องกันโรคอย่างมีประสิทธิภาพ ได้ดำเนินการครอบคลุมในทุกมิติจนทำให้โรคสงบลงในที่สุด สามารถสร้างความเชื่อมั่นและมีความพร้อมสูงมากที่จะยื่นขอคืนสถานปลอดโรคกับองค์การสุขภาพสัตว์โลก ทั้งนี้ ตามข้อกำหนดสากลขององค์การสุขภาพสัตว์โลกระบุไว้ชัดเจนว่า การที่แต่ละประเทศจะปลอดโรคได้ จะต้องไม่พบการระบาดของโรคมากกว่า 2 ปี พร้อมกับมีการควบคุม ป้องกัน และเฝ้าระวังโรคอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะต้องรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อยื่นเสนอองค์การสุขภาพสัตว์โลก ซึ่งเมื่อผ่านการพิจารณาแล้ว องค์การสุขภาพสัตว์โลกจะแจ้งเวียนประเทศสมาชิกทั่วโลกให้ทราบต่อไป

ทั้งนี้ ผลกระทบจากการเกิดโรคดังกล่าวมีมากมาย อาทิ การเคลื่อนย้ายม้าถูกระงับทั้งระบบ สูญเสียรายได้เข้าประเทศจากผลกระทบที่มีต่อการค้าและการส่งออกม้า ไม่สามารถจัดการแข่งขันม้าทุกประเภททั้งภายในประเทศและระดับนานาชาติ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมจากผลกระทบที่มีต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ดังนั้น กรมปศุสัตว์จะดำเนินการจัดทำเอกสารขอคืนสถานภาพปลอดกาฬโรคแอฟริกาในม้าเป็นรูปเล่มฉบับสมบูรณ์ ให้แล้วเสร็จและยื่นเอกสารดังกล่าวภายในกลางเดือนธันวาคม 2565 ทันต่อการประชุมใหญ่ของคณะผู้เชี่ยวชาญจากองค์การสุขภาพสัตว์ ซึ่งจะมีการจัดประชุมพิจารณาในเดือนพฤษภาคม 2566 โดยหากผ่านการพิจารณาจากที่ประชุมดังกล่าว จะทำให้ประเทศไทยปลอดกาฬโรคแอฟริกาในม้า ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 เป็นต้นไป การปลอดโรคดังกล่าวจะเกิดผลดีโดยทำให้สามารถเคลื่อนย้ายม้าระหว่างประเทศได้ตามปกติ ส่งเสริมอุตสาหกรรมการค้าและการส่งออกม้า ส่งเสริมกิจกรรมการแข่งขันม้าทุกประเภททั้งภายในประเทศและระดับนานาชาติ รวมถึงส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว สร้างอาชีพและรายได้ให้กับบุคลากรทุกภาคส่วน อาทิ เกษตรกรผู้เลี้ยงม้า ผู้ประกอบการ สมาคม ชมรม แรงงาน ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจโดยรวมต่อไป.