สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ว่า จากกรณีเซี่ยงไฮ้ ดิสนีย์แลนด์ “ปิดให้บริการอย่างกะทันหันและไม่มีกำหนด” ตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ประชาชนและพนักงานทั้งหมดติดค้างอยู่ภายใน โดยผู้ซึ่งสามารถออกจากพื้นที่ได้ ต้องมีผลตรวจคัดกรองโควิด-19 เป็นลบเท่านั้น

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงสองวัน หลังสวนสนุกแห่งนี้เพิ่งกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง และเป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือน พ.ย. ปีที่แล้ว ซึ่งทางการจีนใช้วิธี “ล็อกดาวน์กะทันหัน” กับเซี่ยงไฮ้ ดิสนีย์แลนด์


รายงานจากสื่อท้องถิ่นหลายแห่งระบุเพิ่มเติมว่า ประชาชนซึ่งได้รับอนุญาตให้ออกจากเซี่ยงไฮ้ ดิสนีย์แลนด์ หลังมีผลตรวจเป็นลบ ได้รับคำสั่งเพิ่มเติมจากภาครัฐ ว่าหากมีประวัติการท่องเที่ยวที่สวนสนุกตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ขอให้กักตัวอยู่ที่บ้านต่ออีกอย่างน้อย 3 วัน และต้องเข้ารับการตรวจคัดกรองทุกวัน


ทั้งนี้ จีนยืนยันผู้ป่วยโควิด-19 เมื่อวันอังคาร ไว้ที่ 2,719 คน แม้ต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศขนาดใหญ่อีกหลายแห่ง แต่ถือเป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 17 ส.ค. ที่ผ่านมา

พนักงานปฏิบัติหน้าที่ ในโรงงานของฟ็อกซ์คอนน์ ที่เมืองเจิ้งโจว ในมณฑลเหอหนานของจีน


ในอีกด้านหนึ่ง บริษัทฟ็อกซ์คอนน์ประกาศเพิ่มค่าตอบแทนรายวันให้แก่พนักงานซึ่งยังอยู่โรงงานที่เมืองเจิ้งโจว เมืองเอกของมณฑลเหอหนาน ทางตอนกลางของจีน จากวันละ 100 หยวน ( ราว 519.12 บาท ) เป็น 400 หยวน( ราว 2,076.48 บาท ) ตลอดเดือน พ.ย. จากการที่บริษัทใช้มาตรการกักบริเวณคนงานทั้งหมด เพื่อควบคุมโรคโควิด-19 ในพื้นที่ สร้างความไม่พอใจให้แก่พนักงานจำนวนมาก และบางส่วนหลบหนีออกจากโรงงาน เนื่องจากไม่พอใจนโยบายดังกล่าวที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน


ขณะที่แหล่งข่าวในฟ็อกคอนน์กล่าวว่า “ไม่มีทางเลือก” นอกจากต้องปฏิบัติตามคำสั่งของภาครัฐในจีน แต่ปฏิเสธเปิดเผยจำนวนที่ชัดเจน ว่ามีเจ้าหน้าที่ติดโควิด-19 แล้วกี่คน อย่างไรก็ตาม ผู้สันทัดกรณีในวงการเทคโนโลยีคาดการณ์ว่า การผลิตไอโฟนของแอปเปิลอาจชะลอตัวประมาณ 30% เพราะฟ็อกซ์คอนน์ต้องใช้วิธีเพิ่มการผลิตที่โรงงานแห่งอื่นในจีนแทน นั่นคือที่เมืองเซินเจิ้น และยังไม่ชัดเจนด้วยว่า จะช่วยได้มากเพียงใด.

เครดิตภาพ : REUTERS