สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ว่า กระทรวงการคลังของญี่ปุ่นรายงาน การใช้งบประมาณมากเป็นประวัติการณ์ 6.34 ล้านล้านเยน ( ราว 1.62 ล้านล้านบาท ) เพื่อเข้าแทรกแซงตลาดสกุลเงินหลายครั้ง ตลอดเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา โดยถือเป็นหนึ่งในสารพัดมาตรการเพื่อพยุงสกุลเงินเยนที่ยังคงอ่อนค่า
ทั้งนี้ รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีฟุมิโอะ คิชิดะ ยืนยันการแทรกแซงดังกล่าว เมื่อวันที่ 21 ต.ค. ที่ผ่านมา หลังเงินเยนอ่อนค่าเกินระดับแนวรับสำคัญทางจิตวิทยา หรือ “จุดวิกฤติ” คือ 150 เยน ลงไปอยู่ที่ 152 เยน เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ
Japanese government data show that the nation conducted its biggest-ever dollar-selling intervention to support the yen in October. #yen #market https://t.co/rlMmRMcgS1
— NHK WORLD News (@NHKWORLD_News) November 1, 2022
อย่างไรก็ตาม บรรดาผู้สันทัดกรณีมองว่า มาตรการดังกล่าวเป็นเพียง “การซื้อเวลา” ด้านสำนักข่าวเกียวโดรายงานเพิ่มเติมว่า การแทรกแซงตลาดในครั้งนี้ใช้วงเงินสูงที่สุด ทำลายสถิติ 2.84 ล้านล้านเยน ( ราว 726,000 ล้านบาท ) เมื่อเดือน ก.ย. ปีนี้ และมีการวิเคราะห์ว่า กระทรวงการคลังใช้เงินส่วนใหญ่เมื่อวันที่ 22 ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2541 ที่รัฐบาลญี่ปุ่นซื้อเงินเยนเพื่อรักษาเสถียรภาพ
ขณะเดียวกัน มีรายงานด้วยว่า ปริมาณทุนสำรองระหว่างประเทศของญี่ปุ่นลดลง 54,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 2.04 ล้านล้านบาท ) ลงมาอยู่ที่ 1.238 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 46.98 ล้านล้านบาท ) เมื่อสิ้นสุดเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการลดลงรายเดือนมากสุดเป็นประวัติการณ์ ของเงินทุนสำรองระหว่างประเทศในญี่ปุ่น.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



