หลังจากที่มีแฟนคลับวรรณกรรมและภาพยนตร์ชุด ‘แฮร์รี่ พอตเตอร์’ จัดตั้งหลุมศพที่ระลึกให้เอลฟ์รับใช้ ‘ด็อบบี’ ตัวละครยอดนิยมตัวหนึ่งในเรื่องที่ริมหาดเฟรชวอเตอร์ เวสต์ ในเขตเมืองเพมโบครเชอร์ แคว้นเวลส์ ของอังกฤษ ซึ่งเป็นสถานที่ถ่ายทำฉากการตายของตัวละครตัวนี้ในภาพยนตร์ ทำให้มีนักท่องเที่ยวและแฟนคลับจำนวนมากเข้าไปเยี่ยมชม และวางสิ่งของที่ระลึกในบริเวณดังกล่าว

แต่เนื่องจากหาดเฟรชวอเตอร์ เวสต์ อยู่ในเขตอนุรักษ์ที่ต้องมีการดูแลคุ้มครองตามกฎหมาย ดังนั้น สิ่งของที่ระลึก เช่น ก้อนกรวดหลากสี ซึ่งมีข้อความไว้อาลัยให้ ด็อบบี ที่เขียนด้วยปากกามาร์คเกอร์และสี รวมถึงถุงเท้าจำนวนมากที่วางสุมอยู่ที่หลุมศพสมมุติ ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมของบริเวณนั้น

องค์กรอนุรักษ์และดูแลความสะอาดเรียบร้อยของสถานที่ทางประวัติศาสตร์ของอังกฤษประจำเขตคัมรีให้ข้อมูลว่า นักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลที่มาเยือนหาดซึ่งกลายเป็นจุดท่องเที่ยวไปแล้วนี้ ทำให้ส่งผลกระทบอย่างมาก เนื่องจากชายหาดแห่งนี้เป็นเขตอนุรักษ์พิเศษสำหรับการศึกษาทางวิทยาศาสตร์เฉพาะทาง นอกจากนี้ยังเป็นถิ่นอาศัยสำคัญของแมวน้ำทะเลสีเทา, พอร์พอยส์ (สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในวงศ์โลมา) และเป็นที่อยู่ของนกทะเลจำนวนมากที่สุดในโลก

องค์กรระบุว่า จำนวนนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการลานจอดรถโดยเฉลี่ยปีละ 75,000 คน และกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเกินความสามาถของพื้นที่ที่จะรองรับได้ 

ในเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา องค์กรฯ จึงออกแบบสำรวจความคิดเห็นเรื่องการดูแลและบริหารจัดการบริเวณชายหาด ซึ่งมีหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบริเวณที่กลายเป็นหลุมศพที่ระลึกของด็อบบีไปแล้ว โดยคำถามสำคัญก็คือควรมีการรื้อถอนหลุมศพที่ว่าออกไปหรือไม่ สร้างความไม่พอใจแก่แฟนพันธุ์แท้ของวรรณกรรมและภาพยนตร์เรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ และเรียกร้องให้มีการรักษาหลุมศพที่ระลึกเอาไว้

หลังจากนั้น ในเวลา 8 เดือนให้หลัง องค์กรฯ ก็บรรลุคำตอบว่าจะยังคงหลุมศพที่ระลึกไว้ เพื่อให้ประชาชนเยี่ยมชม แต่ขอร้องให้ผู้เข้าชมเข้ามาถ่ายภาพเพียงเท่านั้น โดยรักษาความสะอาดและเป็นระเบียบ รวมถึงช่วยกันรักษาสภาพแวดล้อมโดยรอบ โดยไม่นำสิ่งของที่ระลึกซึ่งถือว่าแปลกปลอมสำหรับพื้นที่ เช่น ถุงเท้า ก้อนหินวาดลวดลายหรือข้อความ และของจุกจิกอื่น ๆ ซึ่งอาจส่งผลกระทบในแง่ลบต่อสภาพแวดล้อมทางทะเล และระบบห่วงโซ่อาหารของสัตว์ท้องถิ่น มาวางทิ้งไว้เช่นที่เคยเป็นมา

แหล่งข่าว : abc.net.au

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES, Twitter / Charanpreet Khaira