สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงโรม ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 9 พ.ย. ว่า รูปปั้นถูกค้นพบที่เมืองซาน คาสเซียโน เดอี บักนี ในจังหวัดซีนา ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงโรมไปทางเหนือประมาณ 160 กิโลเมตร โดยทีมนักโบราณคดีได้ทำการสำรวจโรงอาบน้ำโบราณในพื้นที่มาตั้งแต่ปี 2562

“มันเป็นการค้นพบที่สำคัญและพิเศษมาก” นายจาโคโป ทาบอลลี ผู้ช่วยศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยเพื่อชาวต่างชาติ ในจังหวัดซีนา และผู้ประสานงานการขุดค้น กล่าวเพิ่มเติมว่า รูปปั้นต่าง ๆ แสดงถึงเทพีไฮเจีย, เทพอะพอลโล และเทพเจ้ากรีก-โรมันองค์อื่น ๆ ซึ่งใช้เพื่อประดับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ก่อนที่พวกมันจะถูกแช่น้ำร้อนในพิธีกรรมที่น่าจะอยู่ในช่วงประมาณศตวรรษที่ 1

ขณะที่ กระทรวงวัฒนธรรมอิตาลี กล่าวในแถลงการณ์ว่า รูปปั้นส่วนใหญ่มีอายุระหว่างศตวรรษที่ 2 ก่อนคริสตกาล และศตวรรษที่ 1 ซึ่งเป็นช่วงของ “การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในแคว้นทัสกานีโบราณ” จากการเปลี่ยนการปกครองแบบอิทรัสกัน เป็นการปกครองแบบโรมัน

ด้านนักโบราณคดีคนหนึ่งระบุว่า ทีมของเขาสามารถเก็บกู้รูปปั้นขนาดใหญ่ได้ 24 รูป รวมถึงรูปปั้นขนาดเล็กอีกหลายรูป และชี้ว่ามันเป็นเรื่องแปลกที่รูปปั้นเหล่านี้ถูกสร้างจากทองสัมฤทธิ์ แทนที่จะเป็นดินเผาตามปกติ

ทั้งนี้ทั้งนั้น นายเจนนาโร ซานจูเลียโน รมว.วัฒนธรรมอิตาลี กล่าวว่า การค้นพบที่พิเศษนี้เป็นเป็นสิ่งยืนยันอีกครั้งว่า อิตาลี คือประเทศที่มีสมบัติล้ำค่ามากมาย อีกทั้งทางกระทรวงกล่าวเสริมว่า รูปปั้นเหล่านั้นถูกนำไปยังห้องปฏิบัติการบูรณะ ในเมืองกรอสเซโต และจะถูกนำไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์แห่งใหม่ของเมืองซาน คาสเซียโน ในภายหลัง.

เครดิตภาพ : REUTERS