คริสเตียโน โรนัลโด ดาวยิงทีมชาติโปรตุเกส ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ก่อนเดินทางไปลุยฟุตบอลโลก 2022 เมื่อออกมาแฉแหลกถูก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้นสังกัดในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทรยศหักหลัง และพยายามบีบให้ย้ายไปจากถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ระหว่างเดินทางไปเป็นแขกรับเชิญในรายการ “เพียร์ส มอร์แกน อันเซนเซอร์” ของ เพียร์ส มอร์แกน พิธีกรคนดังของเมืองผู้ดี

นอกจากนี้ โรนัลโด ยังยอมรับว่า เรื่องที่ทำให้รู้ช็อกมากที่สุดก็คือการที่ผู้บริหารระดับสูงของ แมนฯ ยูไนเต็ด แสดงท่าทีเหมือนไม่เชื่อคำพูดของเขาตอนที่แจ้งว่า ไม่สามารถกลับมารายงานตัวฝึกซ้อมในช่วงปรีซีซั่นได้ทันเวลาเมื่อเดือนก.ค. เนื่องจาก ลูกสาววัย 3 เดือนป่วยหนักจนต้องเข้าโรงพยาบาล

โรนัลโด กล่าวว่า “นี่คือช่วงเวลาที่หนักที่สุดในชีวิตผมทั้งในมุมของหน้าที่การงาน และชีวิตส่วนตัว ผมรู้สึกว่าตัวเองถูกหักหลังด้วยวิธีที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ปฏิบัติกับตัวผม ผมรู้สึกไม่ดีที่ตัวเองถูกทำให้กลายเป็นแกะดำ ซึ่งถูกโทษว่าเป็นต้นเหตุของปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่สโมสร และผมเชื่อว่า พวกเขากำลังพยายามบีบให้ผมย้ายทีม”

พร้อมกันนั้น “ซีอาร์ 7” ยังกล่าวถึงผู้จัดการทีมทั้ง 3 รายที่เขามีโอกาสได้ร่วมงานภายในระยะเวลาเพียง 1 ปีอีกด้วย โดยรายแรก โอเล กุนนาร์ โซลชา คือกุนซือที่เขาให้ความเคารพอย่างเต็มที่

ส่วนอีก 2 รายที่เหลือคือ ราล์ฟ รังนิก และ เอริค เทน ฮาก คือผู้จัดการทีมที่เขาไม่ได้ให้ความเคารพแม้แต่น้อย โดยเฉพาะ กุนซือชาวดัตช์ ที่ไม่ได้ให้เกียรติเขาเลยเช่นกัน

“ถ้าคุณ (รังนิก) ไม่ได้เป็นแม้กระทั่งโค้ช คุณจะมาเป็นนายใหญ่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้อย่างไร? ผมไม่เคยได้ยินชื่อของเขามาก่อนเลยด้วยซ้ำ ส่วน เทน ฮาก ผมไม่ให้ความเคารพเขาเพราะเขาไม่ได้ให้เกียรติผมเช่นกัน ถ้าคุณไม่ให้เกียรติผม ผมก็จะไม่มีทางเคารพคุณแน่นอน” กองหน้าวัย 37 ปี กล่าว

ยิ่งไปกว่านั้น ดาวเตะบัลลงดอร์ 5 สมัย ยังเผื่อแผ่ความเกรี้ยวกราดไปถึง เวย์น รูนีย์ อดีตหัวหอกเพื่อนร่วมทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ที่เคยออกมาเรียกร้องให้ เรด เดวิลส์ เขี่ยเขาออกจากทีมอีกด้วย

“ผมไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงด่าผมแรงขนาดนั้น บางทีอาจจะเป็นเพราะเขาปิดฉากอาชีพไปแล้ว และผมยังคงลงเล่นอยู่ในระดับสูงสุด ผมจะไม่พูดหรอกนะว่า ผมดูดีกว่าเขา ซึ่งมันก็จริงนะ” โรนัลโด ทิ้งท้าย.

ภาพ REUTERS, The Sun