เมื่อวันที่ 15 พ.ย. ที่สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นตัวแทนประเทศไทยขึ้นกล่าวถ้อยแถลงในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ในการประชุมระดับสูงของการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 27 (COP27)โดยมี นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง นายพิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายวิจารย์ สิมาฉายา ประธานคณะกรรมการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก และนายเกียรติชาย ไมตรีวงษ์ ผอ.องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก เป็นคณะทำงานของประเทศไทย เข้าร่วมการประชุม

นายวราวุธ กล่าวว่า ประเทศไทยวางแผนในการลดก๊าซเรือนกระจก และก้าวเข้าสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ให้ได้ภายในปี ค.ศ. 2065 และความเป็นกลางทางคาร์บอน ในปี ค.ศ .2050 โดยตั้งเป้าในการลดคาร์บอนไดออกไซด์ ปริมาณก๊าซเรือนกระจก จาก 388 ล้านตันต่อปี ลงไปเหลือ 120 ล้านตันต่อปี ส่วนแผนระยะสั้น ประเทศไทยมีแผนการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (Nationally Determined Contributions:NDC) ซึ่งจากนี้ไปจนถึง ปี ค.ศ. 2030 เราตั้งใจว่าจะลดก๊าซเรือนกระจก ให้ได้ 40% ประเทศไทยของเรา ไม่ได้เป็นประเทศที่มีดีแต่พูด ขณะนี้ประเทศไทยได้ทำตามสัญญาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นายวราวุธ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยได้ผลักดันแผนงานต่าง ๆ เริ่มจากที่ประเทศไทย ได้ลงนามสัญญากับประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นประเทศคู่แรกในโลกที่ได้เซ็นสัญญาแลกเปลี่ยนซื้อขายคาร์บอนเครดิตภายใต้เงื่อนไข ข้อ 6.2 ความตกลงปารีส (Paris Agreement) โดยไทยให้ความสำคัญกับการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างสมดุลและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามโมเดลเศรษฐกิจ (BCG) ซึ่งสอดคล้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่ริเริ่มโดยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นแนวทางหลักในการพัฒนาแผนการปรับตัวระดับชาติ และส่งเสริมให้ชุมชนมีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการลด และควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่ต้องใช้เทคโนโลยีที่ค่อนข้างสูง เพื่อปรับเปลี่ยนแนวทางการผลิต และพฤติกรรมการบริโภค ประเทศไทยของเรา

นายวราวุธ กล่าวภายหลังขึ้นเวที COP 27 ว่า 1 ปี หลังจากนี้ ประเทศไทยจะนำไปเสนอต่อเวที COP 28 ที่กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ว่า ประเทศไทยจะมีการดำเนินการอย่างไร และจะมีสิ่งที่เป็นรูปธรรมอะไรออกมาบ้าง ซึ่งในแต่ละปีที่ผ่านไป สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ น้ำท่วม ภัยแล้ง เริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งก็ไม่รู้ว่าปีหน้าประเทศไทยจะประสบปัญหาอะไรบ้าง แต่สิ่งที่สำคัญ คือเราต้องเริ่มการเปลี่ยนแปลงเดี๋ยวนี้

“ไม่ใช่เรื่องง่าย ในการที่จะปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต การที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนหนึ่งคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนทั้งประเทศ ซึ่งเรามีประชากร 67 ล้านคน มีเกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา นักธุรกิจ การประกอบอาชีพ และอุตสาหกรรมต่าง ๆ ดังนั้นจากนี้อีก 1 ปี จะเป็นความท้าทายในการทำงานให้ชาวโลกได้ประจักษ์” นายวราวุธ กล่าว.