สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากเมืองนูซาดัว ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 16 พ.ย. ว่า การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นหลังการพูดคุยระดับทวิภาคีระหว่างอินนีเซียและญี่ปุ่นที่เกาะบาหลี ก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ “จี20” ซึ่งเปิดฉากเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา และตรงกับการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตามกรอบของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ยูเอ็นเอฟซีซีซี) ครั้งที่ 27 หรือ “คอป 27” ที่อียิปต์ ซึ่งเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 และเป็นสัปดาห์สุดท้ายของการประชุมแล้ว
ภายใต้ความร่วมมือข้างต้น ญี่ปุ่นจะใช้เงินทุนจากสถาบันต่าง ๆ ของภาครัฐและเอกชนของประเทศ ซึ่งรวมไปถึงธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (เจบีไอซี) โดยองค์กรรับประกันการส่งออกและการลงทุนแห่งญี่ปุ่น (เอ็นอีเอ็กซ์ไอ) และเจบีไอซี จะสนับสนุนการดำเนินการตามมาตรการเปลี่ยนผ่านพลังงานของพีแอลเอ็น ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐของอินโดนีเซีย
ด้านกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 แห่ง หรือ “จี7” ในวงกว้าง กำลังพยายามเร่งการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน และจำกัดการพัฒนาถ่านหินในอินโดนีเซีย โดยสหรัฐเปิดเผยแผนการเปลี่ยนผ่านพลังงานกับอินโดนีเซีย ระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำจี20 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีฟุมิโอะ คิชิดะ ผู้นำญี่ปุ่น เสนอแนวคิดเกี่ยวกับชุมชนปล่อยมลพิษเป็นศูนย์แห่งเอเชีย (เอเซค) เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา เพื่อช่วยให้ประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย ร่วมมือกันในด้านเทคโนโลยีการดักจับไฮโดรเจนและคาร์บอน ซึ่งสามารถลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปล่อยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ ควบคู่กับการอนุญาตให้ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลต่อไปได้.
เครดิตภาพ : REUTERS



