นายเรวัฒน์ ตันกิตติกร Head of Channel Excellence บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค เปิดเผยว่า ได้นำซอฟต์แวร์กลุ่ม โรโบติกส์ โพรเซส ออโตเมชั่น (อาร์พีเอ) ซึ่งเป็นระบบการทำงานอัตโนมัติ โดยสามารถกำหนดชุดคำสั่งเพื่อเลียนแบบการทำงาน และการตัดสินใจของพนักงาน ผลที่ได้รับจากการใช้ อาร์พีเอ จากเดิมที่สามารถทำงานในช่วงเวลางานปกติ คือ 8 ชั่วโมงต่อวัน และ 5 วันต่อสัปดาห์ ให้สามารถทำงานได้ 24 ชั่วโมงต่อวัน และ 7 วันต่อสัปดาห์ ซึ่งทำให้การทำงานเป็นไปอย่างต่อเนื่องไม่หยุดชะงัก ลดข้อผิดพลาด และยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพ การทำงานปัจจุบันได้ หากจำเป็นต้องมีการเพิ่มจำนวนพนักงาน สามารถใช้ อาร์พีเอ เพื่อมารองรับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นได้ภายในช่วงเวลาระดับนาที โดยตั้งเป้าให้ 50% ของการปฏิบัติการ ในองค์กรจะทำงานด้วยระบบ ออโตเมชั่น ภายในสิ้นปีนี้

“ดีแทคได้เร่งเปลี่ยนผ่าน สู่องค์กรดิจิทัล ตั้งแต่ปี 63 โดยการยกเครื่องระบบปฏิบัติการเป็นดิจิทัล นำเทคโนโลยี เข้ามาดิสรัปชั่น เน้นเปลี่ยนวิธีการที่ศูนย์บริการดีแทคให้บริการลูกค้า จากรูปแบบกระดาษสู่ดิจิทัลอย่างเต็มตัวผ่านทาง ดีแทค วัน แอพพลิเคชั่น และได้มีการนำปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ/เอ็มแอล) เข้ามาประยุกต์ใช้ กับการเปลี่ยนผ่าน เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น หลังจากวิกฤติโควิด-19 ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ศูนย์บริการ-ห้างร้าน จำเป็นต้องหยุดให้บริการชั่วคราว พนักงานต้องทำงานจากที่บ้าน ไม่สามารถเข้ามาปฏิบัติงานที่สำนักงานได้ แต่ด้วยแผนการเปลี่ยนผ่านดิจิทัลขององค์กร ทำให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ได้ดี ลดผลกระทบได้ดี”

นายเรวัฒน์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ดีแทคยังได้พัฒนา ซิติเซ่น ดีเวลลอปเปอร์ เปิดโอกาสให้พนักงาน สร้างซอฟต์แวร์สำหรับระบบอัตโนมัติเพื่อช่วยมนุษย์ทำงานที่ต้องทำซ้ำๆ ซึ่งพนักงานเหล่านี้จะมีบทบาทสำคัญในการเผลี่ยนผ่าน ซึ่งในปีนี้ได้ ตั้งเป้าหมายให้สามารถพัฒนาพนักงานให้มีทักษะ ซิติเซ่น ดีเวลลอปเปอร์ จำนวน 50 คน โดยใช้เวลาอบรมทั้งสิ้น 60 วัน และจะนำเอไอ เข้ามามีบทบาทในการปฏิบัติการในปี 66 มากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้การเปลี่ยนผ่านองค์กร สู่ดิจิทัลเร็วขึ้น.