สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 19 พ.ย. ว่า สำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) กระบอกเสียงของรัฐบาลเปียงยาง รายงานว่า นายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ลงพื้นที่แห่งหนึ่ง เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อสังเกตการณ์การทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีป (ไอซีบีเอ็ม) โดยท่านผู้นำประกาศว่า ตราบใดที่ “ศัตรูยังคงแสดงการคุกคาม” เกาหลีเหนือไม่ลังเลที่จะตอบสนองต่อความเสี่ยงทุกรูปแบบ ด้วยการใช้อาวุธนิวเคลียร์


รายงานระบุต่อไปว่า ขีปนาวุธซึ่งใช้ทดสอบในครั้งนี้ คือ “ฮวาซอง-17” อาวุธที่เป็นส่วนหนึ่งของ “แผนยุทธศาสตร์การป้องกันชั้นสูง” ของเกาหลีเหนือ โดยถือเป็น “อาวุธเชิงยุทธศาสตร์แข็งแกร่งที่สุดในโลก” และ “เป็นการป้องปรามด้วยอาวุธนิวเคลียร์อันแข็งแกร่งที่สุด” ในวันทดสอบ ขีปนาวุธสามารถเคลื่อนตัวได้ไกลเกือบ 1,000 กิโลเมตร และลอยอยู่ในอากาศได้นาน 69 นาที ที่ระดับความสูงสุด 6,041 กิโลเมตร


ในโอกาสนี้ นางรี ซอล-จู ภริยาของนายคิม จอง-อึน และเด็กหญิงคนหนึ่งร่วมปรากฏตัวชมการทดสอบอาวุธครั้งนี้ด้วย แม้รายงานของเคซีเอ็นเอระบุเพียงว่า เด็กหญิงคนดังกล่าวคือบุตรสาวของท่านผู้นำ โดยไม่ได้ระบุชื่อ อย่างไรก็ตาม การปรากฏตัวของเด็กหญิงถือเป็นเรื่องเหนือความคาดหมายสำหรับทุกฝ่าย อนึ่ง รายงานหลายกระแสเชื่อว่า นายคิม จอง-อึน และนางรี ซอล-จู มีบุตรร่วมกัน 3 คน เป็นหญิง 2 คน และชาย 1 คน


ทั้งนี้ ไอซีบีเอ็มของเกาหลีเหนือที่ใช้ทดสอบครั้งนี้ ตกลงในทะเล ห่างจากเกาะโอชิมะ-โอชิมะ นอกชายฝั่งเกาะฮอกไกโด ของญี่ปุ่น ไปทางตะวันตกประมาณ 200 กิโลเมตร นับเป็นความพยายามทดสอบไอซีบีเอ็มของเกาหลีเหนือ ครั้งที่ 8 แล้ว ตั้งแต่ต้นปีนี้


นอกจากนั้น ความเคลื่อนไหวทางทหารของเกาหลีเหนือในครั้งนี้ เกิดขึ้นเพียงวันเดียว หลังเคซีเอ็นเอเผยแพร่แถลงการณ์ของนางโช ซอน-ฮุย รมว.การต่างประเทศเกาหลีเหนือ ว่า การดำเนินการทางทหารของรัฐบาลเปียงยางในอนาคต “จะรุนแรงและเกรี้ยวกราดยิ่งกว่านี้” ตราบใดที่สหรัฐยังคงยึดมั่นกับนโยบาย “ป้องปรามและปกป้องทางทหาร” ให้แก่เกาหลีใต้และญี่ปุ่น ซึ่งเป็น “การเดิมพันที่ท้ายสุดแล้ว สหรัฐต้องเป็นฝ่ายเสียใจ”.

เครดิตภาพ : REUTERS