เมื่อวันที่ 21 พ.ย. ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมยกระดับการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีคุณภาพสูงว่า ตามที่ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ ได้มอบหมายนโยบายให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ดำเนินการขับเคลื่อนการจัดการศึกษาทวิภาคี โดยต้องการเพิ่มการจัดการศึกษาทวิภาคีในวิทยาลัยอาชีวศึกษาให้มากขึ้น 50% โดยที่ประชุมได้มีการหารือร่วมกับนายถาวร ชลัษเฐียร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งรมว.ศธ.มอบหมายให้เข้ามาช่วยขับเคลื่อนเรื่องการดำเนินการการจัดการทวิภาคี เพราะเป็นนโยบายเร่งด่วนที่สำคัญของ สอศ. โดยการจัดการศึกษาในปัจจุบันและอนาคตจะต้องมีภาคเอกชนเข้ามาช่วยจัดการศึกษาด้วย เพราะภาคเอกชนต้องการกำลังคนด้านอาชีวศึกษาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ โลจิสติกส์โครงสร้างพื้นฐาน ปิโตรเคมี เคมีภัณฑ์ พลังงานและพลังงานทดแทน ดังนั้นเราจึงต้องวางแผนสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนให้มากขึ้น เพื่อผลิตผู้เรียนได้ตามความต้องการของตลาดแรงงาน
เลขาธิการ กอศ. กล่าวต่อไปว่า สำหรับการดำเนินการดังกล่าว สอศ.ได้ออกแบบการจัดการศึกษาทวิภาคีด้วยรูปแบบบคณะกรรมการทวิภาคีระดับกระทรวง โดยมี รมว.ศธ.เป็นประธาน ขณะที่ระดับอาชีวศึกษาจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการทวิภาคีของ สอศ.มีตนเป็นประธาน รวมถึงจะมีการตั้งคณะกรรมการเรื่องดังกล่าวในระดับจังหวัดและภูมิภาคด้วย เพื่อให้การขับเคลื่อนเรื่องนี้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะหากการทำงานเรื่องดังกล่าวกระจุกตัวอยู่ในส่วนกลางเพียงอย่างเดียวอาจทำให้การจัดการศึกษาทวิภาคีไม่ถึงกลุ่มเป้าหมายได้
“ขณะนี้เราวางแผนขับเคลื่อนทวิภาคีตั้งแต่ส่วนกลางไปจนถึงระดับจังหวัด เพื่อตอบโจทย์การผลิตผู้เรียนป้อนภาคเอกชนของแต่ละพื้นที่ และที่สำคัญวิทยาลัยแต่ละแห่งจะเปิดความร่วมมือกับสถานประกอบการในพื้นที่ให้มาก เนื่องจากปัจจุบันการจัดการศึกษาทวิภาคีของเราทำได้แค่ 20% แต่ในปีหน้าและปีต่อๆไปจะขยับเพิ่มขึ้นให้ได้ 50% อย่างแน่นอน เพื่อไปสู่เป้าหมายความสำเร็จดังกล่าว” ว่าที่ร้อยตรีธนุ กล่าว.



