เมื่อวันที่ 21 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในงานการประชุม APEC 2022 ในวันที่ 18-19 พ.ย. ที่ผ่านมา ทาง พล.ต.อ ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รอง ผบ.ตร. ได้นำแอพพลิเคชั่น APEC 2022 (by Pol.Lt.Col.Charat Joompolpak ) ซึ่งพ.ต.ท.ชลัช จุมพลพักตร์ รอง ผกก.2 บก.ส.3 ซึ่งเป็นผู้คิดค้นและพัฒนาแอพพลิเคชั่นขึ้นมาใช้ เพื่อช่วยในการทำงานด้านงานอำนวยการของผู้บังคับบัญชา ในงาน APEC 2022 ซึ่งแอพพลิเคชั่นดังกล่าวมีการรวบรวมข้อมูลสำคัญและเบอร์โทรศัพท์เพื่อให้ง่ายต่อการสะดวกรวดเร็วในการประสานงาน

โดยที่มาของแอพพลิเคชั่นดังกล่าวนั้น ทาง พ.ต.ท.ชลัช จุมพลพักตร์ รอง ผกก.2 บก.ส.3 กล่าวว่า สืบเนื่องจากนโยบายของ ผบ.ตร. ที่เล็งเห็นความสำคัญนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ ตามแนวคิดที่ว่า “ตำรวจต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ เรียนรู้ นำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาปรับใช้ในการทำงาน” ประกอบกับคนที่ชอบศึกษาการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ บวกกับเป็นคนชอบอ่านและค้นคว้าความรู้เทคโนโลยีอยู่ตลอดเวลา ในสมัยหนึ่งจึงได้รับโอกาสจากท่าน พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือ รองป๋อ ดึงตัวมาช่วยงานในคณะพัฒนาเทคโนโลยีของ ตร. (สมัยตอนท่านเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.) ซึ่งรองป๋อนี่เอง ได้เป็นคนบ่มเพาะวิชาความรู้ด้านเทคโนโลยีของตำรวจยุค 4.0 รองโต๊ด จึงนำความรู้ที่ได้รับ มาต่อยอดจนเป็นที่มาของแอพพลิเคชั่น APEC 2022

พ.ต.ท.ชลัช กล่าวว่า จากการที่ได้เข้ามาร่วมทำงานในภารกิจ APEC 2022 ในครั้งนี้ เริ่มมองเห็นถึงปัญหาการทำงานของผู้บังคับบัญชา เนื่องด้วยการประชุมแต่ละครั้ง จะมีข้อมูลจำนวนมาก จากหลายภาคส่วน ทั้งหน่วยงานในสำนักงานตำรวจแห่งชาติเอง หรือหน่วยนอก ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะต้องอัพเดทตลอดเวลา และหากข้อมูลต่างๆเมื่อนำมารวมกัน เป็นลักษณะของ Big Data จึงได้รวบรวมข้อมูลจากทุกภาคส่วน แล้วเริ่มทำการวิเคราะห์ และจัดระบบการจัดการ ให้ออกมาในรูปแบบที่ “ข้อมูลครบ จบที่เดียว และที่สำคัญต้องเข้าถึงได้รวดเร็ว” จนเป็นที่มาของแอพพลิเคชั่นนี้ โดยใช้เวลาในการออกแบบและจัดทำข้อมูลมาเป็นเวลากว่า 200 ชั่วโมง เพื่อให้ทันต่อภารกิจ นอกจากข้อมูลจำนวนมากที่จะต้องจัดระบบ ระเบียบแล้ว การติดต่อสื่อสารที่สะดวกรวดเร็ว ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญในการทำงานในครั้งนี้ จึงได้นำเอาเบอร์โทรศัพท์ของทุกส่วนที่เกี่ยวข้องในภารกิจใส่ในแอพพลิเคชั่นนี้ด้วย เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบ และจบที่เดียว

หลังจากทำแอพพลิเคชั่นเสร็จแล้วได้นำไปเสนอให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ถึงขั้นตอนการทำงาน และวิธีใช้ ซึ่งผลการตอบรับเป็นที่น่าพอใจ เพราะได้รับคำชื่นชมเป็นอย่างดี ซึ่งตอนที่ไปนำเสนอทางผู้บังคับบัญชาได้สอบถามว่าคุณทำคนเดียวหรอ ซึ่งตนตอบว่า ใช่ครับ ผมทำคนเดียว โดยเริ่มคิดจากการที่เรามองเห็นปัญหาที่เกิดขึ้น จึงได้พยายามทำจนสำเร็จจนได้ อย่างไรก็ตาม ขอขอบพระคุณท่านผู้บังคับบัญชรที่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยการใช้ในการทำงาน แทนที่การทำงานในระบบเดิม เราถือเป็นฟันเฟืองเล็กๆ ที่จะช่วยพัฒนาขับเคลื่อนภารกิจต่างๆที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับมอบหมายให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี รอง ผกก.2 บก.ส.3 กล่าว
นอกจากการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการภารกิจนี้ทาง พ.ต.ท.ชลัช ถูกมอบหมายภารกิจสำคัญ คือ เป็นหัวหน้าทีม PSO (รปภ.ประจำตัวผู้นำ) นายจัสติน ทรูโด (Justin Trudeau) นายกรัฐมนตรีแคนาดา ซึ่งได้เดินทางมาร่วมงานเอเปคเมื่อวันที่ 17-18 พ.ย.65 ที่ผ่านมา โดยทางพ.ต.ท.ชลัช กล่าวว่า ถือเป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดในชีวิตภารกิจนึงเลยก็ว่าได้ ซึ่งทุกการทำงานต้องมีการวางแผน และประสานงานกับหน่วยข้างเคียง ข้อมูลการติดต่อสื่อสารประสานงานเราจะต้องถึงกัน เรารู้เราถ่ายทอด ส่วนที่เกี่ยวข้องถึงจะทำงานต่อได้ ไม่ใช่เรารู้เราเก็บไว้ จะทำให้การทำงานขาดตอน ไม่เกิดประสิทธิภาพ “หลักการทำงานของผม คือ เราต้องมีข้อมูลเชิงลึกในทุกอย่าง จากนั้นเป็นเรื่องของการวางแผน และทำตามแผนที่วางไว้ โดยการประสานงานให้ถูกต้อง ถูกคน แล้วระบบมันจะทำงานของมันเอง”

สำหรับพ.ต.ท.ชลัช จุมพลพักตร์ มีชื่อเล่นว่า “โต๊ด” เป็นชาว จ.ราชบุรี จบการศึกษาที่โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดราชบุรี ก่อนเข้ารร.เตรียมทหารรุ่น 45 รร.นรต.รุ่น 61 ประวัติเส้นทางตำรวจของ รองโต๊ด ถือว่าได้ผ่านงานตำรวจมาทุกสายงาน อาทิ พนักงานสอบสวนสน.ท่าข้าม, สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์, งานฝ่ายป้องกันปราบปราม (สน.วังทองหลาง), งานสืบสวน (สน.ตลาดพลู,กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี), ในสมัยครั้งที่เป็นรองสารวัตร และได้ขึ้นสารวัตรในงานฝ่ายอำนวยการ (ฝอ.บก.จร.), ทั้งเคยเป็นนายเวรจเรตำรวจ, ก่อนย้ายมาขึ้นตำแหน่ง รอง ผกก.2 บก.ส.3



