นายพิทวัฒน์ อ่อนทองหลาง ผู้อำนวยการกองวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช  เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ นายวรวิช สุดจริตธรรมจริยางกูร นักกีฏวิทยาชำนาญการ พร้อมด้วย นางสาวพัชรีวรรณ จงจิตเมตต์ นักกีฏวิทยาชำนาญการพิเศษ และนางสาวสุพรรณี ภูคะฮาด นักกีฏวิทยาชำนาญการ กลุ่มกีฏและสัตววิทยา ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรราชบุรี  ลงพื้นที่สำรวจและติดตามสถานการณ์การระบาดของด้วงแรดมะพร้าว (Coconut Rhinoceros Beetle) ในสวนมะพร้าวน้ำหอมของเกษตรกรในพื้นที่ตำบลโคกหม้อ อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี

 ซึ่งผลสำรวจเบื้องต้นพบว่าสาเหตุที่ต้นมะพร้าวในสวนที่เสียหายอย่างหนักนั้น คาดว่าเป็นผลมาจากกองเศษวัสดุมะพร้าวที่ถูกทิ้งไว้ในพื้นที่ขนาดใหญ่ประมาณ 8 ไร่ ติดกับสวนมะพร้าว เป็นสาเหตุหลักของการระบาดของด้วงแรดมะพร้าว เนื่องจากเศษซากพืชเหล่านี้เป็นแหล่งอาหารและแหล่งขยายพันธุ์ที่สมบูรณ์ของด้วงแรดมะพร้าว ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ของกองวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช ได้ให้คำแนะนำ ดังนี้

1. ลักษณะการเข้าทำลาย: เมื่อเป็นตัวเต็มวัยด้วงแรดมะพร้าวจะบินไปกัดกินยอดอ่อนของต้นมะพร้าว ทำให้ใบที่แตกใหม่มีรอยแหว่งเป็นรูปสามเหลี่ยมคล้ายหางปลา และหากถูกทำลายหนักจะทำให้ผลผลิตมะพร้าวลดลง และเป็นสาเหตุให้ด้วงงวงมะพร้าวเข้าทำลายต่อ ซึ่งส่งผลให้ยอดมะพร้าวแห้งและต้นตายได้

2. แหล่งวางไข่และที่อยู่: มักพบด้วงแรดมะพร้าวเพศเมียวางไข่ในซากวัสดุมะพร้าวที่ผุพังหรือกองเศษพืช และเมื่อไข่ฟักเป็นหนอนจะกินซากเศษวัสดุ เป็นอาหารเพื่อพัฒนาการเจริญเติบโตจนเป็นตัวเต็มวัย

3. การป้องกันกำจัด: ควรรีบจัดการแหล่งเพาะขยายพันธุ์ของด้วงแรดมะพร้าว โดยกำจัดเศษวัสดุจากมะพร้าวโดยการนำออกจากพื้นที่สวน หรือบริเวณใกล้สวนมะพร้าว หากไม่สามารถนำออกไปได้ ให้เกลี่ยกองซากพืชหรือกองมูลสัตว์ให้กระจายออก โดยมีความสูงไม่เกิน 15 เซนติเมตร เพื่อไม่ให้เป็นที่อยู่ของตัวหนอนด้วงแรดมะพร้าว ใช้เชื้อราเขียว (Metarhizium) ราดลงในกองซากพืช เพื่อควบคุมและกำจัดหนอนด้วงแรดมะพร้าว หากพบการระบาดรุนแรงเลือกใช้สารเคมี ไดอะซินอน Diazinon 60% EC อัตรา 80 มิลลิลิตรต่อไร่