สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 23 พ.ย. ว่า ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ประกาศการตั้งศูนย์ปฏิบัติการมากกว่า 4,000 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชน ซึ่งต้องการความช่วยเหลือขั้นพื้นฐาน จากการที่ระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและน้ำประปา ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตีทางทหารโดยรัสเซีย
ขณะเดียวกัน ผู้นำยูเครนเน้นย้ำ “ความจำเป็นอย่างยิ่งยวด” จากประชาชน ในการร่วมมือกันประหยัดพลังงาน โดยเฉพาะในช่วงเวลาค่ำจนถึงกลางดึก เพื่อให้บ้านเมืองฝ่าฟันวิกฤติครั้งนี้ไปได้อย่างราบรื่น ปัจจุบัน “อย่างน้อยครึ่งหนึ่ง” ของโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าและน้ำประปาในยูเครน ได้รับความเสียหายจากการโจมตีของกองทัพรัสเซีย ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนประมาณ 10 ล้านคน หรือราว 1 ใน 4 ของทั้งประเทศ

อย่างไรก็ตาม บริษัทยาสโน ซึ่งเป็นหน่วยงานเอกชน ผู้ให้บริการด้านพลังงานในกรุงเคียฟ กล่าวว่า แม้เจ้าหน้าที่เร่งมืออย่างสุดความสามารถ เพื่อซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและจ่ายกระแสไฟฟ้า แต่มีความเป็นไปได้สูงมาก ที่ชาวยูเครนไม่เพียงแต่เฉพาะในเมืองหลวง ต้องเผชิญกับภาวะกระแสไฟฟ้าดับเป็นระยะ และการปันส่วนกระแสไฟฟ้า ต่อเนื่องไปจนถึงเดือน มี.ค. ปีหน้า
Families in Kherson, Ukraine have not had water or electricity for over two weeks.
— Save the Children US (@SavetheChildren) November 21, 2022
They've been collecting water from puddles and waiting in long lines to buy drinking water and food.
Our team has managed to reach 4,000 families with assistance, but so many more are in need. pic.twitter.com/r7tLPh8j4K
ในอีกด้านหนึ่ง นายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน กล่าวถึงการที่กองทัพรัสเซียเพิ่มความรุนแรงและขยายขอบเขตของการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานในยูเครน ว่าเป็นผลจากการที่รัฐบาลเคียฟยังคงปฏิเสธการเจรจา ขณะที่นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.การต่างประเทศรัสเซีย กล่าวว่า “ปัญหาอยู่ที่ฝ่ายยูเครน” ซึ่งไม่เพียงแต่ยังคงปฏิเสธการเจรจา ทว่ายังคงกลับเดินหน้าเงื่อนไขที่เป็นไปไม่ได้.
เครดิตภาพ : REUTERS



