ความทุกข์ที่เกิดขึ้นกับชีวิตส่วนมากเกิดขึ้นเพราะเราเป็นคนที่แบกทุกอย่างในชีวิต แบกความรู้สึกทุกอย่างที่เข้ามากระทบในชีวิต และคนประเภทนี้ มักจะบ่นว่าหนัก และคิดอยู่เสมอว่า“ข้าทุกข์ที่สุดในโลก”
หากท่านเป็นคนหนึ่งที่คิดและทำแบบนี่อยู่เป็นประจำ ลองวางสิ่งที่แบกไว้ลงทีละอัน วางความรู้สึกที่แบกอยู่ลงทีละนิด อาจจะรู้สึกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน คือ ความโล่งสบาย ปลอดโปร่งที่สุดในชีวิต
คนที่ยึดมั่นถือมั่นกับความทุกข์ เปรียบเสมือนคนที่เดินข้ามสะพานแล้วแบกสะพานไปด้วย แค่เดินผ่านยังไม่พอถึงกับต้องแบกสะพานไปด้วยทุกครั้งที่ข้ามสะพาน ความทุกข์ ความสุขทั้งปวงก็เปรียบเหมือนสะพาน ที่เป็นสิ่งที่ให้เราเรียนรู้ที่จะเดินข้ามไปให้ได้อย่างปลอดภัย และอย่ามัวพะวักพะวนเสียดายสะพาน จงเดินไปสุดปลายทาง เพราะข้างหน้าจะมีสะพานให้เราได้ข้ามเพี่อเรียนรู้อีกมากมาย นึกถึงคนที่แบกของหนักเดินทางหลายพันกิโลดูสิ ว่าจะหนักขนาดไหน บางครั้งการปล่อยวางความรู้สึกที่ไม่ควรยึดถือมากเกินไป ก็ทำให้เราใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ไม่พะรุงพะรัง
อย่างเช่น หลวงพ่อตันซัน เป็นพระเซนที่มีความแตกฉานในธรรมะมาก วันหนึ่งท่านได้ชวนหลวงพ่อเอกิโด เพื่อนพระภิกษุซึ่งเคร่งครัดหยุมหยิมในระเบียบแบบแผนต่างๆออกเดินธุดงค์ก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งแต่งตัวสวยงาม พยายามจะเดินข้ามแม่น้ำด้วยความกลัว เมื่อเห็นเช่นนั้น หลวงพ่อตันซัน ก็เดินเข้าไปอุ้มผู้หญิงคนนั้นข้ามแม่น้ำ แล้วก็เดินต่อไปไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งสองต่างเดินทางต่อไปโดยไม่ได้พูดคุยกัน แต่ระหว่างนั้น หลวงพ่อเอกิโด ก็คิดไปตลอดทางว่า ทำไมหลวงพ่อตันซันถึงไปอุ้มผู้หญิงคนนั้น จนได้เวลาหยุดพัก หลังจากเตรียมที่พักปักกลดกันเสร็จแล้ว หลวงพ่อเอกิโด ก็พูดขึ้นว่า “เมื่อกลางวันทำไมท่านถึงได้ไปอุ้มผู้หญ้งคนนั้นแบบนั้น ทำไมท่านถึงทำอย่างนั้น”….. “ผมวางหญิงสาวคนนั้นตั้งแต่ตอนบ่ายแล้วนะ ท่านยังอุ้มผู้หญิงคนนั้น ตั้งแต่บ่ายจนถึงนี้เลยหรือ” หลวงพ่อตันซันตอบหลวงพ่อเอกิโด เพียงคำนี้ทำให้หลวงพ่อเอกิโดได้ปัญญาขึ้นมาทันที จิตของหลวงพ่อตันซันก้าวข้ามตั้งแต่บ่าย แต่จิตของหลวงพ่อเอกิโดเพิ่งจะมาข้ามพ้นเมื่อกี้นี่เอง
เรื่อง “การปล่อยวาง” บางท่านอาจเข้าใจเพียงว่า “การปล่อยวาง” คือ “การวางเฉย” หรือ การทำใจในเรื่องที่เกิดขึ้น แต่การปล่อยวางนั้น พระโพธิญาณเถร (หลวงปู่ชา สุภทฺโท) มักเล่าสอนให้ลูกศิษย์ฟังเป็นประจำว่า ในช่วงเข้าพรรษาปีหนึ่ง หลวงพ่อท่านเดินตรวจเยี่ยมพระลูกศิษย์ที่กุฏิหลังหนึ่ง พระท่านเอาของไปวางไว้ตรงมุมที่ไม่ใช่ที่ๆควรจะวาง ท่านจึงถามว่า “ทำไมจึงต้องเอาของไปไว้ตรงนั้น” ลูกศิษย์ให้เหตุผลว่า “เพราะหลังคามันรั่ว” เมื่อหลวงพ่อถามว่า “ทำไมจึงไม่ซ่อมหลังคา” ท่านก็ว่า “ท่านกำลังฝึกเรื่องความอดทนและการปล่อยวาง” หลวงพ่อจึงสอนว่า “นี่คือการปล่อยวางของควาย” หลวงพ่อจึงสอนต่อว่า “พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนว่า อะไรก็ต้องปล่อยวาง อะไรๆ ก็ต้องอดทน เราต้องมีปัญญา แยกแยะว่าอะไร เป็นอะไร สิ่งไหนควรอดทนก็ต้องอดทน บางสิ่งบางอย่างก็ไม่ใช่เรื่อง ที่ต้องทน บางสิ่งบางอย่างก็ควรจะแก้ไข”
การ “ปล่อยวาง” ของเราต้องมี “ปัญญา” เป็นตัวกำกับอยู่ด้วยเสมอ ไม่ใช่วางเพื่อหนีปัญหาไปเรื่อยเปื่อย ปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเรานั้น เราสามารถหลบพักก่อนได้ แต่ไม่ใช่การหนีปัญหาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
………………………………………………….
คอลัมน์ : ลานธรรม
โดย : พระครูปลัดบัณฑิต อินฺทเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสังข์กระจายวรวิหาร
รองประธานเครือข่ายธรรมะอารมณ์ดี



