สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 26 พ.ย. ว่า คณะกรรมาธิการการค้ากลางของสหรัฐ (เอฟทีซี) ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับการบรรลุมติขั้นสุดท้าย ห้ามการจัดจำหน่ายและการนำเข้าอุปกรณ์สื่อสารทุกประเภท ที่ผลิตโดยบริษัทของจีน ได้แก่ หัวเว่ย เทคโนโลยี แซดทีอี เจ้อเจียง ต้าหัว เทคโนโลยี ฮิควิชั่น และไฮเทรา โดยจะเป็นการระงับออกใบอนุญาตใหม่
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของเอฟทีซี เป็นการต่อยอดจากการดำเนินการ เมื่อเดือน พ.ย. 2564 สภาคองเกรสของสหรัฐบัญญัติกฎหมายซึ่งมีชื่อว่า “การรักษาความปลอดภัยของอุปกรณ์” มีสาระสำคัญ คือการห้ามมิให้เอฟซีซี พิจารณาหรืออนุมัติใบอนุญาตเพิ่มเติม ด้านอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมรูปแบบใด และจากบริษัทแห่งใดก็ตาม “ที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ”
U.S. bans Huawei, ZTE equipment sales citing national security risk https://t.co/9ksagrcWSN pic.twitter.com/PsCPde4LoK
— Reuters (@Reuters) November 25, 2022
ในอีกด้านหนึ่ง นายโอลิเวอร์ โดวเดน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีของสหราชอาณาจักร ยื่นหนังสือต่อสภาสามัญ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ขอความร่วมมือให้หน่วยงานทุกแห่งของฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ ไม่ติดตั้งกล้องวิดีโอวงจรปิดที่ผลิตโดยบริษัทของจีน “ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง”
UK limits use of Chinese-made surveillance systems on government sites https://t.co/5bXWOgT1ja
— Financial Times (@FT) November 24, 2022
ทั้งนี้ ตลอดช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา สมาชิกสภาสามัญหลายสิบคนร่วมกันเรียกร้อง ให้มีการบัญญัติกฎหมาย หรืออย่างน้อยกำหนดมาตรการควบคุมการจำหน่ายและการใช้งาน กล้องวิดีโอวงจรปิด ซึ่งผลิตโดยต้าหัวและฮิควิชั่น
ขณะที่บริษัทฮิควิชั่นออกแถลงการณ์ปฏิเสธ “ความวิตกกังวล” ของรัฐบาลสหราชอาณาจักร และอยู่ระหว่างประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ด้านต้าหัวยังปฏิเสธให้ความเห็นอย่างเป็นทางการ.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



