สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงออตตาวา ประเทศแคนาดา เมื่อวันที่ 28 พ.ย. ว่า กระทรวงการต่างประเทศแคนาดาเปิดเผยเอกสารความยาว 26 หน้า เป็นแผนยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก ฉบับแรกอย่างเป็นทางการ มีเนื้อหาสำคัญคือการมุ่งเน้นส่งเสริมความร่วมมือกับทั้ง 40 ประเทศในภูมิภาค ซึ่งมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว และมีความหลากหลายทั้งในทางสังคมและวัฒนธรรม
อย่างไรก็ตาม ประเทศที่ได้รับการระบุถึงมากที่สุดในแผนยุทธศาสตร์ฉบับนี้ แน่นอนว่า คือ จีน ซึ่งมีการกล่าวถึงอย่างตรงไปตรงมามากกว่า 50 ครั้ง โดยรัฐบาลแคนาดาของนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด คาดหวังการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีกับรัฐบาลปักกิ่ง เพื่อเพิ่มโอกาสให้กับการส่งออกของผู้ประกอบการจากแคนาดา
Canada launches Indo-Pacific Strategy to support long-term growth, prosperity, and security for Canadians
— Foreign Policy CAN (@CanadaFP) November 27, 2022
Read full text here: https://t.co/LSTG89X2Am pic.twitter.com/DyPOkTqkM7
แม้รัฐบาลออตตาวายังคงวิจารณ์นโยบายการต่างประเทศของอีกฝ่ายว่า “ต้องการปรับเปลี่ยนระเบียบโลกให้ตกอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่รุนแรง และการแบ่งแยกคุณค่าให้แตกต่างไปจากของตะวันตก” แต่ยอมรับว่า การรักษาความร่วมมือกับจีนนั้นยังคงมีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อการบรรเทาความรุนแรงและสะสางปัญหาที่ยังคงคุกคามมนุษยชาติ ซึ่งรวมถึง ความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลก ข้อกังวลเกี่ยวกับสุขภาพโลก และการปลอดอาวุธนิวเคลียร์
นอกจากนี้ รายงานยังระบุถึงการที่แคนาดาขอเป็น “ทางเลือก” ด้านการค้าและการลงทุนให้แก่ทุกประเทศในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ซึ่งเมื่อวิเคราะห์ในเชิงลึกแล้วปรากฏว่า มีการพึ่งพิงทางเศรษฐกิจต่อสหรัฐมากกว่าจีน โดยข้อมูลของรัฐบาลออตตาวา เมื่อเดือนก.ย. ที่ผ่านมา ระบุว่า มูลค่าการค้าระหว่างกลุ่มประเทศอินโด-แปซิฟิกกับจีน มีสัดส่วนคิดเป็นเพียง 7% แต่สัดส่วนกับสหรัฐสูงถึง 68%
ทั้งนี้ ทรูโด กล่าวต่อที่ประชุมสุดยอดอาเซียน-แคนาดา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมสุดยอดสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ( อาเซียน ) ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อช่วงต้นเดือนนี้ ว่าแคนาดาจะเพิ่มการลงทุนอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม” ในภูมิภาคแห่งนี้ เพื่อปูทางสู่การบรรลุข้อตกลงการค้าเสรี ( เอฟทีเอ ) ระหว่างอาเซียนกับแคนาดา และยกย่องอาเซียนเป็นศูนย์กลางของอินโด-แปซิฟิก.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



