ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา อาจารย์ด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และความเสี่ยงเชิงนโยบาย วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม อดีตที่ปรึกษาผู้ตรวจการแผ่นดิน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก มิสเตอร์ จิม เรื่องความเชื่อมั่นกำลังสั่นคลอน …ไม่ใช่แค่เรื่องน้ำมันแพง เนื้อหาระบุว่า
วันนี้ขอเขียนแบบลดความเป็นวิชาการลง ชวนคุยชวนคิดแทนครับ วันนี้ปัญหา “น้ำมันแพง” ไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลขบนป้ายปั๊มแล้วครับ แต่คือ “ความรู้สึกของคนทั้งประเทศ” คนไม่ได้แค่จ่ายแพงขึ้น แต่กำลังเริ่มถามว่า… “ระบบนี้ยังเป็นธรรมอยู่ไหม?” และคำถามนี้กำลังค่อย ๆ กลายเป็นแรงสั่นสะเทือนของความเชื่อมั่นทั้งประเทศ
ก่อนอื่นต้องแยกให้ออกก่อนครับ ไม่งั้นจะคุยกันไม่รู้เรื่อง สถานการณ์นี้มี 3 เรื่องที่ต้องแยกให้ชัด คือ 1. คนเดือดร้อนจริง 2. ระบบราคามันซับซ้อนจริง และ 3. ข้อสงสัยเรื่อง “กำไรจากวิกฤต” ก็มีจริง แต่ถ้าเอาทุกอย่างมารวมกันมั่ว ๆ ประเทศจะตัดสินด้วย “อารมณ์” แทน “ข้อเท็จจริง“
สิ่งที่รัฐบาลทำถูกแล้วต้องให้เครดิตตรง ๆ ครับ นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ออกมายืนยันชัดว่า “ประเทศไทยไม่ได้ขาดน้ำมัน” และมีการตั้ง War Room ดูทั้งระบบ ทยอยออกมาตรการลดแรงกระแทก อันนี้คือ “ตั้งต้นถูก” และก้าวเดินได้จังหวะ แต่โจทย์จริงไม่ใช่แค่นี้ โจทย์คือ: ทำยังไงให้คนเชื่อว่าระบบนี้ ”เป็นธรรม“ จริง
บทเรียนจากอดีตที่ยังใช้ได้ ในอดีตไทยเคยทำแบบนี้ครับ คือตรวจสต๊อก ดูกำไร ถ้ามีส่วนเกินผิดปกติ (windfall profits) ก็เอาคืนประชาชนภายใต้กรอบกฎหมาย นี่คือ “แนวปฏิบัติที่เคยเวิร์กจริง” ในอดีต วันนี้อาจต้องเอาหลักคิดนี้กลับมาปรับใช้ใหม่ โดยมี 4 เรื่องที่ควรทำ “ทันที” คือ:

เปิดข้อมูลให้หมด: ทั้งสต๊อกน้ำมัน ต้นทุนจริง ค่าการกลั่น และส่วนเพิ่มราคา (Premium) เป้าหมายคือเปลี่ยน “ความไม่รู้” เป็น “ความเข้าใจ”
ให้คนตรวจสอบได้จริง: ไม่ใช่รัฐตรวจเองอย่างเดียว แต่เปิดพื้นที่ให้นักวิชาการ หน่วยงานอิสระ เช่น ผู้ตรวจการแผ่นดิน สตง. ปปช. ภาคธุรกิจมาตรฐานธรรมาภิบาล และภาคประชาชน (NGO) เข้ามาดู โดยใช้ “ข้อมูล + Data Science” ไม่ใช่ความรู้สึก
ช่วยคนทันที: ลดภาระดีเซล (ขนส่ง/เกษตร) คุมราคาสินค้าจำเป็น และใช้กองทุนน้ำมันให้ตรงจุด เพื่อให้คน “รู้สึกได้” ไม่ใช่แค่ฟังคำอธิบาย
สื่อสารแบบโปร่งใส (จริง ไม่ PR): มี Dashboard ให้ดู อัปเดตตลอด และพูดความจริง เพราะตอนนี้รัฐบาลไม่ได้สู้แค่ “ปัญหา” แต่กำลังเจอโจทย์บริหารจัดการ “ความรู้สึกของคนทั้งประเทศ”
ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ ท่านศุภจี สุธรรมพันธุ์ มีบทบาทสำคัญมากในเรื่อง “ค่าครองชีพ” ต้องลงพื้นที่จริง ดูราคาจริง กันการฉวยโอกาส ให้ประชาชน “เห็นกับตา” ว่ารัฐทำงาน ซึ่งสรุปให้ชัดเรื่อง “กำไรจากวิกฤต” นั้นต้องแฟร์ครับ ถ้าโกงต้องลงโทษ ถ้ากำไรเกินจริงต้องแบ่งคืนในกรอบของกฎหมาย แต่ถ้าเป็นตลาดจริงก็ต้องอธิบายให้เข้าใจ ทุกอย่างต้องพิสูจน์ด้วย “ข้อมูล” ไม่ใช่ “ความรู้สึก”
สำหรับทางออกระยะยาวที่ไม่ใช่แก้แค่วันนี้ คือการทำระบบราคาให้โปร่งใส ลดพึ่งพาน้ำมันนำเข้า ดัน Biofuel / EV มีข้อมูลพลังงานแบบ real-time และที่สำคัญต้องทำจริงจังต่อเนื่อง คือใช้แนวคิดพลังงานแบบพึ่งพาตัวเอง ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
สรุปแบบตรง ๆ นะครับ ตอนนี้ประเทศไทยไม่ได้เจอแค่ “น้ำมันแพง” แต่กำลังเจอ “ความเชื่อมั่นที่กำลังสั่นคลอน” และมันจะกลับมาได้ก็ต่อเมื่อความจริงถูกเปิด ความเป็นธรรมถูกพิสูจน์ และทุกการตัดสินใจมี “ข้อมูลรองรับ”
ประโยคฝากไว้ชวนคิดนะครับ:
“วันนี้คนไม่ได้กลัวแค่น้ำมันแพง แต่กลัวว่าระบบมันไม่แฟร์ และถ้าความเชื่อมั่นหายไป ต่อให้มีน้ำมันพอ ประเทศก็เดินต่อยากครับ”
https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=2010265129874542&id=100026732238498&mibextid=wwXIfr&rdid=oXdA03ZAbSCiTc8L#



