สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 29 พ.ย. ว่า นายกรัฐมนตรีริชี ซูแน็ก กล่าวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า สหราชอาณาจักรต้องปรับเปลี่ยนนโยบายที่มีต่อจีน ไม่ว่าจะเป็นในทางการค้า การเมือง และสังคม เนื่องจาก “ยุคทองของความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีผ่านพ้นไปแล้ว” รัฐบาลปักกิ่ง “กำลังใช้อำนาจในระดับของโครงสร้างรัฐ แข่งขันเพื่อช่วงชิงอิทธิพลบนโลก”


ผู้นำสหราชอาณาจักรกล่าวต่อไปว่า จีนถือเป็น “ความท้าทายเชิงระบบ” ต่อคุณค่าและผลประโยชน์ของสหราชอาณาจักร ความท้าทายดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน และมีทิศทางมุ่งไปสู่ความเป็นเผด็จการ อย่างไรก็ตาม ซูแน็กยอมรับว่า ยังเป็นการยากมาก ที่ทุกฝ่ายจะปฏิเสธความสำคัญของจีนซึ่งมีต่อกิจการโลก โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และการบรรเทาความรุนแรงของภาวะความเปลี่ยนแปลงด้านสภาพอากาศ


ท่าทีดังกล่าวของซูแน็กเกิดขึ้น หลังแผนการพบหารือแบบตัวต่อตัวกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน นอกรอบการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ “จี20” ที่เกาะบาหลีของอินโดนีเซีย “ถูกยกเลิกในนาทีสุดท้าย” โดยรัฐบาลปักกิ่งให้เหตุผลเกี่ยวกับ กำหนดการที่รัดตัวของผู้นำจีน


อย่างไรก็ดี หลังจากนั้นไม่นาน สำนักนายกรัฐมนตรีของสหราชอาณาจักร ยื่นหนังสือต่อสภาสามัญ ขอความร่วมมือให้หน่วยงานทุกแห่งของฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ ไม่ติดตั้งกล้องวีดีโอวงจรปิดที่ผลิตโดยบริษัทของจีน “ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง” โดยเฉพาะกล้องวิดีโอวงจรปิด ซึ่งผลิตโดยบริษัท เจ้อเจียง ต้าหัว เทคโนโลยี และบริษัท ฮิควิชั่น.

เครดิตภาพ : REUTERS