เมื่อเราไม่สามารถลดจำนวนประชากร  และยังไม่สามารถหยุดการใช้ทรัพยากรได้ หลักการสร้างสมดุลด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม จึงเป็นทางรอดที่ยั่งยืน  คือ ต้องสร้างแนวทางการใช้ชีวิตที่ตอบสนองความต้องการของคนในยุคปัจจุบัน และกระทบคนรุ่นหลังให้น้อยที่สุด

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC มีพันธกิจในการเป็น “Chemistry for Better Living หรือ เคมี..ที่เข้าถึงทุกความสุข’’  มีความเป็นบริษัทของคนไทย ที่พร้อมและต้องการร่วมเป็นหนึ่งในการลดผลกระทบที่จะเกิดบนในโลกใบนี้ แก้ปัญหา  เนื่องด้วยอยู่ในอุตสาหกรรม ที่ต้องคำนึงถึงการลดคาร์บอน ลดปริมาณขยะ  GC มีบทบาทสำคัญคือเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมพลาสติกและเคมีภัณฑ์ ที่ใกล้ชิดผู้บริโภค ผ่านรูปแบบธุรกิจ B2B ซึ่งมีคู่ค้าและซัพพลายเออร์กว่า 1,000 ราย ที่นำผลิตภัณฑ์จาก GC มาเป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้า  เช่น  เม็ดพลาสติกโพลิเมอร์ชนิดต่าง ๆ จะที่ถูกนำไปผลิตเป็นแพ็กเกจจิ้งบรรจุสินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงเป็นวัตถุดิบผลิตชิ้นส่วนสำคัญที่ใช้ในอุตสาหกรรมจำนวนมาก อาทิ อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ อุปกรณ์การเกษตร  งานก่อสร้าง  เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์สื่อสารต่าง ๆ ที่ล้วนตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า“ยิ่งใกล้คุณ ยิ่งต้องดี” จึงเป็นเป้าหมายที่มองไปข้างหน้าของ GC

ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC กล่าวว่า คำว่าดี นอกเหนือจากการเป็นธุรกิจที่แข็งแกร่งและดีต่อโลกแล้ว ยังต้องมีดีที่ผลิตภัณฑ์ ดีที่กระบวนการการผลิต ดีที่กระบวนการภายในองค์กร และดีอย่างยั่งยืน ทำให้ GC นำแนวคิด ESG ซึ่งประกอบไปด้วย Environment สิ่งแวดล้อม, Social สังคม และ Governance  ธรรมาภิบาลและเศรษฐกิจ มาใช้เป็นแนวทางดำเนินธุรกิจ

การใส่ใจสิ่งแวดล้อม :  GC ลงมือทำและสำเร็จออกมาเป็นรูปธรรม ตามแนวทาง Circularity ซึ่งมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากร ให้เกิดประโยชน์สูงสุดตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์และทางเลือกที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ให้คู่ค้า ผู้มีส่วนได้เสีย และสังคมและ Decarbonization แนวทางการลด การการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ อย่างเป็นรูปธรรมเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

• ปี 2564 – 2565 GC Group ดำเนินการโครงการอนุรักษ์พลังงาน ช่วยลดการใช้พลังงาน เทียบเท่าการลดคาร์บอนไดออกไซด์ 80,280 ตัน

• โครงการ Solar Rooftop และ Solar Floating สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์กว่า 480 กิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อวัน ลดปริมาณการใช้น้ำจืดจากแหล่งน้ำธรรมชาติมาใช้ในกระบวนการผลิต 2.97 ล้านลูกบาศก์เมตร (ร้อยละ 5 ของการใช้น้ำทั้งหมด)

• ต่อยอดขยายผล YOUเทิร์น แพลตฟอร์ม ร่วมกับภาคีพันธมิตรนำขยะพลาสติกกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลและอัพไซคลิง จำนวน 310 ตัน

• โรงงาน ENVICCO ผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูง ระดับ Food Grade มาตรฐานระดับโลก ช่วยลดพลาสติกใช้แล้วในประเทศได้ถึง 60,000 ตัน/ปี เริ่มผลิต เมื่อกันยายน 2565

• การลงทุนในบริษัท allnex ผู้นำระดับโลกด้านการผลิตสารเคลือบและสารเติมแต่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

• การปลูกและฟื้นฟูป่า สำหรับการชดเชยคาร์บอน

การดูแลสังคม : GC ร่วมเคียงข้างสังคมไทยเสมอมา โดยเฉพาะช่วงวิกฤตที่ผ่านมาในช่วงโควิด 19 ในช่วงน้ำท่วมและภัยแล้ง การส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน (Social Enterprise) สร้างรายได้ เพื่อยกระดับเศรษฐกิจของประเทศ ลดความเหลื่อมล้ำ พร้อมสนับสนุนสังคม และชุมชนให้มีความปลอดภัย มีการศึกษาที่ดี รวมถึงมีสุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดี

• วิกฤตโควิด 19 – GC ร่วมกับเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน ชุมชน โดยใช้ความเชี่ยวชาญด้านเคมีภัณฑ์และพลาสติก เทคโนโลยี และนวัตกรรมของบริษัทฯ ต่อยอดการช่วยเหลือสังคมในภาวะวิกฤตได้อย่างทันท่วงทีและทั่วถึงทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยดำเนินการอย่างต่อเนื่องทุกครั้งที่มีการระบาด

• วิกฤตน้ำท่วม – GC สนับสนุนเรือพายพลาสติก ให้กับจังหวัดที่ประสบอุทกภัย จำนวน 23 จังหวัด ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างทันท่วงที

• วิกฤตภัยแล้ง – GC ส่งมอบถังน้ำสะอาด InnoPlus ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ มูลนิธิ องค์กรสาธารณกุศลต่างๆ  รวมถึงร่วมทำกิจกรรมกับชุมชนและลูกค้าของบริษัทฯ ให้แก่พื้นที่ประสบภัยแล้งในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ

• วิกฤตฝุ่น PM 2.5 – GC ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สนับสนุนเครื่องบำบัดอากาศที่มีมลพิษและฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 จำนวน 4 รุ่น เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่วิกฤตต่างๆ

เป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม : GC สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนอย่างต่อเนื่องด้วยรางวัล SET Sustainability Awards of Honor ต่อเนื่อง 5 ปีซ้อน ซึ่งสะท้อนภาพการดำเนินธุรกิจที่บูรณาการความยั่งยืนตามกรอบ ESG และยังได้รับรางวัลเกียรติยศ องค์กรโปร่งใส สะท้อนความมีคุณธรรม จริยธรรม และความซื่อสัตย์สุจริต  (NACC Integrity Awards) ด้วยการกำกับดูแลกิจการที่ดี และกระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยง ที่ได้มาตรฐานทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ ช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุน จึงเป็นธุรกิจที่น่าสนใจลงทุนอย่างยั่งยืน

GC ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2050  พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจผ่าน 3 แนวทาง ได้แก่ 1. Efficiency-Driven ปรับกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาประยุกต์ใช้ 2. Portfolio-Driven เปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจในระยะยาว มุ่งสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ นำแนวคิด Circular Economy มาใช้ดำเนินธุรกิจ เช่น การผลิตพลาสติกชีวภาพ ที่สลายตัวได้ตามธรรมชาติ, การผลิตพลาสติกรีไซเคิล, การร่วมมือกับพันธมิตร นำพลาสติกใช้แล้วมาผลิตเป็นสินค้า Upcycling ที่มีมูลค่าเพิ่ม 3.Compensation-Driven ประยุกต์การดูดซับคาร์บอนผ่าน 2 วิธีการคือ 1.วิธีการทางธรรมชาติ เช่น การปลูกป่า โดยล่าสุด GC ได้ปลูกป่าช่วยกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ ณ พื้นที่สำนักงานระยองกว่า 25 ไร่ และ 2. วิธีการทางเทคโนโลยี เช่น การแสวงหาเทคโนโลยีดูดซับ กักเก็บ และนำคาร์บอนกลับมาใช้

ดูแลสังคม GC ได้ร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐ เอกชน ชุมชน โดยใช้ความเชี่ยวชาญด้านเคมีภัณฑ์และพลาสติก เทคโนโลยี และนวัตกรรมของบริษัทฯ มาต่อยอดช่วยเหลือสังคม ช่วยผู้คนข้ามผ่านสถานการณ์ที่ยากลำบากอย่างที่เกิดวิกฤติโควิด-19 ในปี 2564  GC ได้ทำโครงการแยกขวดช่วยหมอ ส่งมอบชุด PPE Level 2  จำนวน 6,345 ชุด 

โดยชุดดังกล่าว ทำจากขวดพลาสติกใช้แล้วชนิด PET จำนวน 6.27 ล้านขวด ซึ่งเก็บรวบรวมผ่าน จุดรับพลาสติกใช้แล้ว (YOUเทิร์น Drop Points) มากกว่า 100 แห่ง ในช่วงวิกฤตน้ำท่วมได้สนับสนุนเรือพายพลาสติก เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างทันท่วงที ให้กับจังหวัดที่ประสบอุทกภัย จำนวน 23 จังหวัด ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ วิกฤตภัยแล้งได้ส่งมอบถังน้ำสะอาด InnoPlus ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ มูลนิธิ องค์กรสาธารณกุศลต่างๆ วิกฤตฝุ่น PM 2.5 ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สนับสนุนเครื่องบำบัดอากาศที่มีมลพิษและฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 จำนวน 4 รุ่น เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่วิกฤตต่างๆ

เป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม  พิสูจน์ได้จากที่ GC ได้รับรางวัลเกียรติยศแห่งคุณธรรม จริยธรรม และความซื่อสัตย์สุจริต คือ รางวัลชมเชยองค์กรโปร่งใส ครั้งที่ 10 (NACC Integrity Awards) จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

นอกจากนี้ ยังเข้าร่วมโครงการแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC) และเข้าร่วมเป็น CAC Change Agent เพื่อขยายเครือข่ายธุรกิจโปร่งใสไปยังบริษัทคู่ค้า ผลักดันบริษัทในกลุ่มที่มีความพร้อม เข้าร่วมเป็นสมาชิก CAC เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ด้านผลิตภัณฑ์ของ GC ยังมี 132 เกรดผลิตภัณฑ์ ที่ได้รับการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ และ 84 เกรดผลิตภัณฑ์ ที่ได้รับการรับรองฉลากลดโลกร้อน  ซึ่งเป็นสิ่งที่พิสูจน์ว่า มีผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับ เปิดเผยได้ และใส่ใจคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค

เพื่อให้โลกใบนี้ มีทรัพยากรเพียงพอสำหรับเราทุกคนในวันนี้และอนาคต  GC จึงวางแนวทางสร้างความยั่งยืนและมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการลดโลกร้อน ด้วยการประกาศแนวทางลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ ภายในปี 2593  เป็นเป้าหมายสำคัญในการทำงานและยังเป็นองค์กรลำดับแรกๆ ที่มีแผนระยะยาวชัดเจน สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง “เราจะลดก๊าซเรือนกระจก แต่จะไม่ลดการเติบโตของธุรกิจ”  พร้อมสนับสนุนให้ทุกคนมีส่วนร่วม ทั้งเรื่องกระบวนการผลิต การลงทุน และการสร้างนวัตกรรม เพื่อผลลัพธ์ คือการปกป้อง ดูแล รักษาทรัพยากร เพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับโลกของเรา…Together To Net Zero