สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ว่า กระทรวงกลาโหมของรัสเซียออกแถลงการณ์ เรื่องการนำระบบขีปนาวุธป้องกันชายฝั่ง “บาสเตียน” หรือที่มีชื่อบนฐานข้อมูลขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ว่า “เอสเอส-ซี-5 สตูจ” (SS-C-5 Stooge) ซึ่งมีพิสัยทำการเป็นระยะทางประมาณ 500 กิโลเมตร ไปติดตั้งบนเกาะปารามูเชียร์ หนึ่งในเกาะย่อยส่วนเหนือของหมู่เกาะคูริล “เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ” ให้กับเจ้าหน้าที่ยามฝั่งของกองเรือแปซิฟิก ในการ “ลาดตระเวนและเฝ้าระวัง” ตลอดจน “ควบคุม” น่านน้ำบริเวณนั้น
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นประมาณ 1 ปี หลังกระทรวงกลาโหมรัสเซีย นำระบบขีปนาวุธแบบเดียวกันนี้ ไปติดตั้งบนเกาะมาตัว ซึ่งเป็นเกาะย่อยที่ตั้งอยู่ทางตอนกลางของหมู่เกาะคูริล
ด้านกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ยังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการ อนึ่ง รัฐบาลมอสโกประกาศเมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ยุติการเจรจาสันติภาพกับญี่ปุ่น เพื่อคลี่คลายความขัดแย้งเรื่องหมู่เกาะคูริล ซึ่งครอบคลุมถึงการยกเลิกมาตรการยกเว้นการตรวจลงตราให้กับนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นในการเยือนหมู่เกาะแห่งนี้ การระงับโครงการความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับทวิภาคีทั้งหมด และการระงับสถานะ “ความเป็นหุ้นส่วน” ของญี่ปุ่น กับองค์กรความร่วมมือทางเศรษฐกิจในทะเลดำ (บีเสค)
ทั้งนี้ รัสเซียและญี่ปุ่นมีข้อพิพาทตึงเครียดและยืดเยื้อนานหลายทศวรรษ จากความขัดแย้งเรื่องกรรมสิทธิ์เหนือหมู่เกาะคูริล ในทะเลโอคอตสค์ ที่เป็นดินแดนอยู่ภายใต้อธิปไตยของรัสเซีย นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง และทั้งสองประเทศยิ่งมึนตึงต่อกันมากขึ้น เมื่อญี่ปุ่นดำเนินการตามตะวันตก คว่ำบาตรรัสเซียจากกรณีสงครามยูเครน
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลโตเกียวยืนกรานว่า บริเวณดังกล่าวถือเป็น “ภูมิภาคเขตเหนือ” ของญี่ปุ่น โดยเฉพาะเกาะย่อย 4 แห่งคือ อิตูรุป คูนาเชียร์ ชิโกตัน และฮาโบไม การเจรจาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ซึ่งแทบไม่มีความคืบหน้าที่สร้างสรรค์ ส่งผลให้รัสเซียและญี่ปุ่น ยังไม่สามารถลงนามในข้อตกลงสันติภาพหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ร่วมกันได้อย่างเป็นทางการ.
เครดิตภาพ : REUTERS





