ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ยังคงตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง การลงพื้นที่ของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เพื่อติดตามสถานการณ์ “ไฟใต้” ไม่ได้มีเพียงมิติด้านความมั่นคงเท่านั้น หากยังสะท้อนถึงมิติทางสังคมและวัฒนธรรม ผ่านวิถีชีวิตและอาหารการกินของผู้คนในพื้นที่อย่างชัดเจน

หนึ่งในเมนูอาหารพื้นถิ่นที่สะท้อนอัตลักษณ์ของชายแดนใต้ได้อย่างเด่นชัด คือ “ไก่กอและปัตตานี” อาหารพื้นเมืองที่มีชื่อเสียง ด้วยรสชาติหวาน เค็ม และเผ็ดเล็กน้อย ผสานกลิ่นหอมของเครื่องเทศและกะทิอย่างลงตัว จนกลายเป็นเมนูยอดนิยมทั้งในพื้นที่และในวงกว้าง

ไก่กอและมีลักษณะเป็นไก่ย่างที่ผ่านการหมักด้วยเครื่องแกงใต้ ขมิ้น และกะทิหรือนมข้นจืด ทิ้งไว้ให้เครื่องปรุงซึมเข้าเนื้อ จากนั้นนำไปย่างด้วยไฟกลางค่อนอ่อน พร้อมทาน้ำซอสพริกแกงกะทิที่เคี่ยวจนข้นอย่างต่อเนื่อง จนเนื้อไก่สุกนุ่ม หอม และมีสีสันเงางามจากซอสที่เคลือบทั่วชิ้น

วัตถุดิบสำคัญประกอบด้วยเนื้อไก่ส่วนสะโพกหรือน่อง เครื่องหมักอย่างกะทิหรือ นมข้นจืด เกลือ ผงกระเทียม และขมิ้น ขณะที่น้ำซอสพริกแกงใช้พริกแห้ง หอมแดง กระเทียม ข่า ตะไคร้ ลูกผักชี และยี่หร่า นำมาโขลกรวมกับกะปิ ก่อนนำไปเคี่ยวกับกะทิ ปรุงรสด้วยน้ำตาลมะพร้าว น้ำปลา และน้ำมะขามเปียก ให้ได้รสหวานนำเค็ม

ขั้นตอนการทำเริ่มจากการหมักไก่กับเครื่องแกงและกะทิ ทิ้งไว้ประมาณ 1-3 ชั่วโมง จากนั้นเคี่ยวน้ำซอสพริกแกงให้ข้น ก่อนนำไก่ไปย่างบนเตาถ่านหรือกระทะ โดยใช้ไฟอ่อนถึงกลาง พลิกกลับไปมาและทาซอสอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ซอสซึมเข้าเนื้อและเคลือบผิวไก่จนมีลักษณะมันวาวน่ารับประทาน

โดยทั่วไป ไก่กอและนิยมเสิร์ฟคู่กับข้าวเหนียว หรือรับประทานร่วมกับอาจาดแตงกวาเพื่อช่วยตัดเลี่ยน เพิ่มความสดชื่นให้กับรสชาติที่เข้มข้น

แม้จะเป็นอาหารพื้นบ้าน แต่ “ไก่กอและปัตตานี” สะท้อนถึงภูมิปัญญาการปรุงอาหารของคนในพื้นที่ ที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นและเทคนิคการปรุงที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน การปรากฏของเมนูนี้ในบริบทของการลงพื้นที่ของผู้นำประเทศ จึงไม่เพียงเป็นเรื่องของอาหาร หากยังเป็นภาพสะท้อนของอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และความหลากหลายของชายแดนใต้ ที่ยังคงดำรงอยู่ท่ามกลางความท้าทายของสถานการณ์ในปัจจุบัน