สำนักข่าวเรดิโอฟรีเอเชีย อ้างแหล่งข่าวจากเกาหลีเหนือ เมื่อวัน 2 ธ.ค. 2565 ว่า มีการสั่งประหารนักโทษที่เป็นผู้เยาว์ 2 ราย อายุ 16 และ 17 ปี ตามลำดับ เมื่อเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา ด้วยข้อหารับชมและจำหน่ายสื่อบันเทิงจากเกาหลีใต้

แหล่งข่าวซึ่งเป็นพยานรับรู้การประหารชีวิตครั้งนี้ระบุว่า มีนักโทษวัยรุ่นที่รับโทษประหาร 3 ราย โดยรายที่ 3 นั้น เป็นผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมแม่เลี้ยงของตนเอง

แหล่งข่าวยังอ้างว่า ในการประหารมีแถลงการณ์ระบุว่า “ผู้ที่รับชมหรือจำหน่ายจ่ายแจกภาพยนตร์และซีรีส์จากเกาหลีใต้ และผู้ที่ละเมิดระเบียบสังคมด้วยการลงมือฆาตกรรมบุคคลอื่น จะไม่ได้รับการให้อภัย และจะต้องได้รับการตัดสินโทษสูงสุดคือประหารชีวิต” 

นอกจากนี้ ยังมีการจัดให้ประชาชนที่อยู่ในเขตไฮซาน ซึ่งเป็นพื้นที่จัดการประหาร ติดกับชายแดนของจีนและเกาหลีเหนือ รวมกลุ่มกันมาดูโทษประหารในที่สาธารณะครั้งนี้ โดยเป็นการประหารด้วยวิธียิงเป้าในบริเวณรันเวย์ของสนามบินประจำเมือง

ก่อนหน้าการประหารหลายสัปดาห์ เจ้าหน้าที่ของทางการเกาหลีเหนือได้ออกประกาศเตือนประชาชนว่า ผู้ที่มีสื่อบันเทิงของต่างชาติอยู่ในความครอบครอง จะต้องรับโทษโดยไม่มีการผ่อนผัน

วัยรุ่นทั้งสองคนที่โดนประหาร โดนเจ้าหน้าที่จับกุมได้ในระหว่างที่กำลังขายธัมบ์ไดร์ฟที่มีไฟล์ของสื่อบันเทิงต้องห้ามให้คนในท้องถิ่น โดยทางการจะส่งสายสืบแฝงตัวอยู่ในกลุ่มชาวบ้าน เพื่อคอยติดตามหาแหล่งจำหน่ายสื่อบันเทิงเหล่านี้ จากนั้นก็แจ้งตำรวจเพื่อให้ทำการจับกุม

ข่าวการประหารชีวิตครั้งนี้ ได้สร้างความหวาดผวาในหมู่ประชาชน ชาวบ้านจากพื้นที่ใกล้เคียงซึ่งไม่ประสงค์จะออกนามให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า แม้จะมีการติดตามจับกุมผู้ครอบครองสื่อบันเทิงต่างชาติอย่างเข้มงวด แต่เยาวชนในเกาหลีเหนือ ก็ยังคงลักลอบเสพสื่อบันเทิงจากเกาหลีใต้ ดังนั้น ทางการจึงตัดสินใจใช้ความหวาดกลัวควบคุมประชาชน โดยการสั่งประหารชีวิตในครั้งนี้

เมื่อปีที่แล้ว ทางการเกาหลีเหนือได้ออกประกาศกฎหมายซึ่งระบุว่า ใครก็ตามที่มีสื่อบันเทิงหรือผลงานศิลปะจากเกาหลีใต้อยู่ในครอบครอง จะต้องรับโทษจำคุกซึ่งมีกำหนดสูงสุดอยู่ที่ 15 ปี

แหล่งข่าว : foxnews.com, rfa.org

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES