สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. ว่า ในปัจจุบัน สายการบินที่ให้บริการเที่ยวบินภายในยุโรปต้องยื่นใบอนุญาตจากตลาดคาร์บอนของอียู เพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แต่อียูให้ใบอนุญาตส่วนใหญ่โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

อย่างไรก็ตาม ข้อบังคับดังกล่าวถูกกำหนดให้เปลี่ยนแปลงภายใต้กฎหมายที่ตกลงกันโดยคณะเจรจาจากประเทศสมาชิกของอียู และรัฐสภายุโรป (อีพี) โดยจะยกเลิกการให้ใบอนุญาตฟรีภายในปี 2569 นั่นหมายความว่า สายการบินจะต้องจ่ายค่าใบอนุญาตปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นแรงจูงใจทางการเงินสำหรับการปล่อยมลพิษให้น้อยลง

ทั้งนี้ ใบอนุญาตปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ฟรีจำนวนน้อยกว่าเดิมจะถูกมอบให้กับสายการบิน ที่ใช้เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (เอสเอเอฟ) เพื่อชดเชยความแตกต่างของราคาบางส่วน ระหว่างเอสเอเอฟและน้ำมันก๊าดเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งมีราคาถูกกว่าอย่างมาก

จนถึงขณะนี้ อียูจำกัดตลาดคาร์บอนของตนเองให้ครอบคลุมการปล่อยมลพิษจากเที่ยวบินภายในอียู แต่คณะเจรจาตกลงกันว่า รัฐบาลบรัสเซลส์ จะทำการประเมินในปี 2569 ว่า แผนการขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอซีเอโอ) ในการชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของเที่ยวบินระหว่างประเทศนั้น เป็นไปตามเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2593 หรีอไม่ และหากไม่เป็นเช่นนั้น อียูจะเสนอการขยายตลาดคาร์บอนให้ครอบคลุมการปล่อยมลพิษจากเที่ยวบินขาออกทั้งหมด

ขณะที่กลุ่มนักรณรงค์ด้านสภาพอากาศต่างรู้สึกเสียใจ ที่การปล่อยมลพิษจากเที่ยวบินระหว่างประเทศจะไม่ถูกเพิ่มเข้าสู่ตลาดคาร์บอนเร็วกว่านี้.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES