ศึกยูโร 2020 รอบก่อนรองชนะเลิศ ที่สนามอัลลิอันซ์ อารีนา นครมิวนิก ประเทศเยอรมนี เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทีมชาติเบลเยียม ลงสนามพบ อิตาลี ครึ่งแรกเป็นพลพรรค “อัซซูรี” ที่เริ่มต้นเกมได้อย่างวูบวาม และเกือบได้ประตูขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 13 เมื่อ เลโอนาร์โด โบนุชชี ใช้ตัวชาร์จบอลเข้าไปตุงตาข่าย แต่ถูกริบประตูคืนหลังทีมงาน “วีเออาร์” แจ้งว่า เป็นลูกล้ำหน้าไปก่อนแล้ว อย่างไรก็ตามนาทีที่ 31 อิตาลี ก็ออกนำ 1-0 จนได้จากฝีเท้าของ นิโคโล บาเรลลา จากนั้นนาทีที่ 44 ทีมมะกะโรนี หนีไปเป็น 2-0 จากการปั่นโค้งสุดสวยของ ลอเรนโซ อินซิเย ทว่าในช่วงทดเจ็บนาทีที่ 45+2 เบลเยียม ก็ตีไข่แตกไล่ขึ้นมาเป็น 1-2 ได้สำเร็จจากการสังหารจุดโทษของ โรเมลู ลูกากู

ครึ่งหลัง เบลเยียม พยายามเร่งเครื่องเพื่อทวงประตูตีเสมอ และเกือบทำได้สำเร็จในนาทีที่ 64 เมื่อ เควิน เดอ บรอยน์ ตบบอลเข้ากลางให้ ลูกากู พุ่งเขาแปจ่อ ๆ แต่ไปติดบล็อกของ เลโอนาร์โด สปินนาซโซลา ฟูลแบ๊กของอิตาลี ที่ถอยลงมาคุมเส้นเอาไว้ได้ทันเวลา ช่วงเวลาที่เหลือ “ปิศาจแดงแห่งยุโรป” ลุยแหลก แต่สุดท้ายก็ทำอะไรเพิ่มไม่ได้ จบเกม อิตาลี เฉือน เบลเยียม หวุดหวิด 2-1 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศไปพบกับ สเปน ที่สนาม เวมบลีย์ สเตเดี้ยม กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในวันอังคารที่ 6 ก.ค.นี้

ภาพจากทวิตเตอร์ @EURO2020