เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 12 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่มีการพิจารณาในเรื่องของงบกลางใด ๆ เกี่ยวการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 มีเพียงมติ ครม. รับทราบให้กรมประชาสัมพันธ์เป็นผู้ประสาน เพื่อดำเนินการให้เกิดการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งแนวทางกรมประชาสัมพันธ์มีอยู่แล้ว ที่ไม่ได้ลงในรายละเอียด วันนี้ขอให้ข้อมูลเพียงเท่านี้ เพราะเป็นมติ ครม. สำหรับรูปแบบการดำเนินการคือ ทำให้มีการถ่ายทอดสด ซึ่งมีการเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ดังนั้นกรมประชาสัมพันธ์จึงเป็นผู้รับผิดชอบ และจะชี้แจงให้ทราบอีกครั้ง
เมื่อถามว่า มีการระบุว่า ครม. มีการอนุมัติงบกลาง 1,300 ล้านบาท น.ส.รัชดา กล่าวว่า ขอย้ำว่า ไม่มีการใช้งบกลาง ขอยืนยันไม่ได้ใช้งบของรัฐบาล 100% วันนี้ไม่มีการใช้งบประมาณแผ่นดิน ส่วนแหล่งเงินจะมาจากที่ใดนั้น กรมประชาสัมพันธ์จะเป็นผู้ชี้แจงเอง โดยที่ไม่กระทบงบประมาณของรัฐ
“น่าจะมีความสุขกันทุกคน ขอให้สบายใจได้ว่า หากกระบวนการเรื่องนี้สิ้นสุดแล้ว คงจะมีรายละเอียดชี้แจงให้ทราบต่อไป ขอย้ำว่าข่าวอนุมัติงบกลางถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกเป็นข่าวที่ผิดในฐานะโฆษกรัฐบาลต้องระมัดระวังในการสื่อสารให้มากที่สุด และสิ่งที่อยากจะสื่อสารให้ประชาชนได้ทราบ คือการถ่ายทอดฟุตบอลโลก ถ้าจะเกิดขึ้นจะไม่มีการใช้งบกลาง ไม่มีการใช้งบประมาณแผ่นดิน อยากจะส่งข้อความสั้นๆ ตรงนี้ออกไป เพราะหากพูดออกไปเยอะก็จะมีการตีความกันมากมาย
“วันนี้มีคนตำหนิรัฐบาลแล้วว่าทำไมถึงอนุมัติงบกลางในการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกเป็นพันล้านบาท ทั้งที่ประชาชนอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ก็ต้องขออธิบายว่าในยามวิกฤตขณะนี้ รัฐบาลมุ่งมั่นที่จะประคับประคองชีวิตพี่น้องประชาชนในเรื่องของมาตรการเงินกู้ที่จะออกมาในรูปแบบ ไทยช่วยไทยพลัส บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ส่วนเรื่องฟุตบอลโลกต้องขอให้เข้าใจว่าเป็นอีกประเด็นหนึ่ง” น.ส.รัชดา กล่าว
ด้าน นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. กล่าวถึงเรื่องซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ว่า ต้องรอทางกรมประชาสัมพันธ์จะเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดการ ทำแผนเสนอมาทางสำนักงาน กสทช. โดยหากจะของบสนับสนุนจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กองทุน กทปส.) เหมือนการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกครั้งที่แล้ว ก็เป็นทางเลือกหนึ่ง แต่ยังไม่ทราบว่าจะมีการขอสนับสนุนงบมาหรือไม่ เป็นวงเงินเท่าใด ทั้งนี้ต้องมีการพิจารณาในบอร์ด กสทช. โดยต้องรอทางกรมประชาสัมพันธ์เสนอแผนมาก่อน
นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า เรื่องการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ต้องรอผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และการติดต่อประสานงานมาอย่างเป็นทางการ หากจะของบประมาณสนับสนุนจากสำนักงาน กสทช. ในการซื้อลิขสิทธิ์ ก็ต้องนำเรื่องเข้าบอร์ด กสทช. เป็นผู้พิจารณา
ด้านแหล่งข่าวจากสำนักงาน กสทช. กล่าวว่า หากจะใช้งบจากกองทุน กทปส. ต้องดูว่าเป็นกองทุนส่วนไหน ซึ่งแต่ละกองทุนมีวงเงินและวัตถุประสงค์การใช้งานไม่เท่ากัน ส่วนบอร์ดจะมีทิศทางการพิจารณาอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของบอร์ดแต่ละท่าน และต้องดูว่าขอสนับสนุนจำนวนเท่าใด หากขอสนับสนุนจำนวนเงินไม่มาก เช่น หลักสิบหรือร้อยล้านต้นๆ อาจจะอนุมัติก็ได้
“ปัจจุบันสำนักงาน กสทช. ได้นำกีฬาฟุตบอลโลกออกจากกฎ Must Have แล้ว จึงไม่ได้บังคับให้ผู้ซื้อลิขสิทธิ์ต้องถ่ายทอดผ่านฟรีทีวีอีกต่อไป ดังนั้นจึงเป็นเรื่องของภาคเอกชนว่าจะซื้อลิขสิทธิ์หรือไม่ แต่เนื่องจากค่าลิขสิทธิ์สูงถึง 1,500 ล้านบาท แต่เชื่อว่าหากเจรจาจริงๆ ราคาอาจจะลดลงได้อีก อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกฎ Must Carry ที่ยังมีอยู่ ทำให้หากเอกชนซื้อลิขสิทธิ์มาแล้วออกช่องทางกล่องของตัวเองแล้วเก็บค่าบริการจะไม่มีปัญหา แต่หากจะนำมาออกช่องฟรีทีวี หรือทีวีดิจิทัล ด้วยกฎ Must Carry จะจับมือกับช่องใดเพียงช่องหนึ่งในการถ่ายทอดเช่องเดียวไม่ได้ ต้องนำแพร่ภาพในทุกช่องฟรีทีวี”
อย่างไรก็ตามทาง หากรัฐบาลจะมีการของบประมาณสนับสนุนมา ทางบอร์ดก็หนักใจ เพราะการสนับสนุนงบซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกครั้งที่แล้วที่ประเทศกาตาร์ จำนวน 600 ล้านบาท ก็ยังมีปัญหาไม่จบ ซึ่งคงต้องดูแผนของกรมประชาสัมพันธ์ว่าจะมีแนวทางอย่างไร จะระดมทุนหางบสนับสนุนจากเอกชนได้หรือไม่ หรือจะทำแบบไหน แต่ในเบื้องต้นก็ทราบว่าผู้ให้บริการมือถือทั้งสองรายก็พร้อมที่จะสนับสนุน คงต้องรอการหารือระหว่างหน่วยงานรัฐและเอกชนอีกครั้ง



