สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเหตุโจรกรรมสุราครั้งใหญ่ในรัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยกลุ่มอาชญากรวางแผนอย่างเป็นระบบเพื่อเข้าไปขโมยเหล้าเบอร์เบินยี่ห้อ “โนเบิล โอ๊ก” ประมาณ 10,800 ขวด มูลค่าเกือบ 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบ 17 ล้านบาท ไปจากคลังสินค้าทางตอนเหนือของเมืองฟิลาเดลเฟีย

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลากลางวันแสกๆ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา รายงานข่าวระบุว่า ตามกำหนดการเดิมแล้ว รถบรรทุกจะต้องขนส่งเหล้าลอตนี้ไปยังรัฐนิวเจอร์ซีย์ แต่สินค้าทั้งหมดกลับไปไม่ถึงจุดหมายปลายทาง

ร็อบ ค็อค ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของบริษัท เอ-21 ไวน์ แอนด์ สปิริตส์ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของผู้ผลิตเหล้าโนเบิล โอ๊ก เปิดเผยว่า กลุ่มคนร้ายน่าจะเป็นขบวนการอาชญากรรมที่มีการจัดตั้งอย่างเป็นระเบียบและรู้ข้อมูลล่วงหน้าเกี่ยวกับตารางเวลาขนส่งสินค้าที่มีมูลค่าสูงนี้เป็นอย่างดี พวกเขาอาศัยจังหวะที่พนักงานคลังสินค้าละเลยมาตรการรักษาความปลอดภัยตามปกติบางขั้นตอน ทำให้คนร้ายสามารถนำรถบรรทุกเข้ามาในพื้นที่และหลอกให้พนักงานขนเหล้าเบอร์เบินจำนวนมหาศาลขึ้นรถไปได้อย่างง่ายดาย 

แม้ว่าพนักงานจะมีการถ่ายรูปใบขับขี่ของคนขับรถไว้ตามระเบียบแล้ว แต่คาดว่าน่าจะเป็นเอกสารปลอม อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทมีภาพถ่ายของคนขับและผู้ร่วมทางอีกหนึ่งคนในห้องคนขับ รวมถึงภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งขณะนี้กำลังประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นเพื่อเร่งสืบสวนและติดตามสินค้าที่สูญหายกลับคืนมา

ค็อค ยอมรับว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความเครียดและผลกระทบทางจิตใจให้ทีมงานอย่างมาก และหลังจากนี้บริษัทต้องเร่งกระบวนการผลิตสินค้าขึ้นมาใหม่เพื่อไม่ให้สินค้าขาดตลาด

คดีโจรกรรมสุราครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสหรัฐอเมริกากำลังเผชิญกับมรสุมรอบด้าน ทั้งปัญหาเงินเฟ้อภายในประเทศ และมาตรการทางการค้าจากแคนาดาที่เริ่มแบนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากสหรัฐ เพื่อตอบโต้นโยบายการตั้งกำแพงภาษีของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ 

นอกจากนี้ พฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของชาวอเมริกันยังลดลงเนื่องจากราคาสุราต่างประเทศที่สูงขึ้นเพราะกำแพงภาษี รวมถึงปัญหาราคากระป๋องเบียร์ที่แพงขึ้นจากวิกฤติการขนส่งอะลูมิเนียมผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แล้วยังมีนโยบายด้านคนเข้าเมืองที่เข้มงวดเกินไป ยังส่งผลให้กลุ่มผู้บริโภคหลักอย่างชาวฮิสแปนิกไม่กล้าออกมาจับจ่ายใช้สอย หรือขาดรายได้จากการทำงาน ส่งผลให้ยอดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในภาพรวมซบเซาลงอย่างเห็นได้ชัด

ที่มา : independent.co.uk

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES