สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. ว่า กระทรวงพาณิชย์ของจีนออกแถลงการณ์ เรื่องการร้องเรียนอย่างเป็นทางการต่อองค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของรัฐบาลปักกิ่ง จากกรณีที่สหรัฐใช้มาตรการควบคุมการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ “อย่างจำเพาะเจาะจง” ต่อจีน ถือเป็นการกีดกันทางการค้าอย่างโจ่งแจ้ง และส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้อง
China filed a dispute with the WTO, seeking to overturn US export controls that aim to limit its ability to develop a domestic semiconductor industry and equip its military https://t.co/4Di5FyXxq9
— Bloomberg (@business) December 12, 2022
ทั้งนี้ รัฐบาลวอชิงตันชุดปัจจุบันของประธานาธิบดีโจ ไบเดน บังคับใช้มาตรการดังกล่าวเมื่อเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา เรียกเสียงประณามอย่างหนักจากรัฐบาลปักกิ่ง โดยมาตรการนี้เป็นการต่อยอดจากกฎหมาย “ชิพส์ และ ไซแอนซ์” (Chips and Science) มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ เมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา ระบุว่า หนึ่งในเงื่อนไขสำคัญของการที่ผู้ผลิตแห่งใด ต้องการรับความสนับสนุนด้านการพัฒนาเซมิคอนดักเตอร์จากสหรัฐ จะต้องไม่ตั้งโรงงานผลิตชิพใน “บางประเทศ” รวมถึงจีน
นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์จีนยังเรียกร้องสหรัฐ ยอมรับและปฏิบัติตามมติของดับเบิลยูทีโอ ซึ่งประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า การที่รัฐบาลอวอชิงตันในสมัยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาตรการขึ้นภาษีศุลกากรสินค้านำเข้าประเภทเหล็กและอะลูมิเนียมเป็น 25% และ 10% ตามลำดับ โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 232 ของกฎหมายการค้าสหรัฐ ฉบับปี 2505 ที่อนุญาตให้ผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีดำเนินการได้ “เพื่อปกป้องความมั่นคงทางเศรษฐกิจ” นั้น เป็นการดำเนินการที่ “ไม่สอดคล้อง” กับกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ”.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



