เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 ที่ รอยัล พารากอนฮอล์ล ศูนย์การค้าสยามพารากอน ได้เปิดโอกาสให้ดีไซเนอร์ชั้นนำจากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก เข้าร่วมโครงการเพื่อออกแบบและตัดเย็บชุดประจำชาติ หรือชุดร่วมสมัย โดยใช้ผ้าไหมไทยจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง มาสร้างสรรค์ นับว่าได้รับความน่าสนใจจากผู้ชมไม่น้อย

ในรอบการจัดแสดงแฟชั่นวีก ผ้าไหมไทย นานาชาติครั้งที่ 3 มีผลงานของเหล่าดีไซเนอร์จากนานาประเทศ ที่เสื้อผ้าที่ใช้ผืนผ้าหมไทยมาสร้างสรรค์ ถูกนำมาอวดโฉมสู่สายในหลากรูปแบบทั้ง ชุดราตรี ชุดสตรีทแวร์ ที่มีความงามต่างกันอาทิ อิสราเอล ออสเตรเลีย ออสเตรีย อิตาลี ญี่ปุ่น โปรตุเกส โปแลนด์ โรมาเนีย สโลวาเนีย โคซาโว เม็กซิโก ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย สาธารณรัฐเกาหลี และ ฮังการี
อะดี ออสเตอร์วิลล์ ( Adi Osterwill ) ดีไซเนอร์สาวชาวอิสราเอล กล่าวว่า แรงบันดาลใจในการทำงานการออกแบบเสื้อผ้านำแรงบันดาลใจมาจากให้ความสำคัญกับผู้หญิงมาก โดยเฉพาะการต่อต้านการใช้ความรุนแรงกับผู้หญิง ซึ่งจะใช้แคตวอล์กเป็นเวทีที่จะพูดแทนผู้หญิง การนำเสนอแฟชั่นครั้งนี้คือ การนำความเก่าแนววินเทจกับความทันสมัยแบบใหม่มาผสมผสานกัน โดยใช้ สีน้ำตาล ส้ม เบท เอิร์ธโทนและ ใช้ผืนผ้าไหมไทย ที่มีความงาม มีเอกลักษณ์ที่เป็นของตัวเองชัดเจนมาก มาทำเป็นเสื้อผ้าในคอลเลกชั่นนี้ ทั้งหมด 6 ชุด นี้

“ฉันมีความสุขมาก ๆในการทำงานดีไซเนอร์ เพราะรู้สึกดีที่ทำให้ผู้หญิงได้ใส่ชุดที่แล้วดูดี เท่าที่มาประเทศไทยหลายครั้งและได้เห็นสไตล์การแต่งกายของผู้หญิงไทย ฉันมีความเห็นว่า ผู้หญิงไทยแต่งตัวสวย แต่งตัวดีแนวกึ่งคลาสสิกส่วนใหญ่นิยมแต่งตัวเป็นชุดเดรส ซึ่งต่างจากในประเทศอิสราเอลจะแต่งกึ่งลำลอง ทั้งนี้อาจเป็นเพราะความแตกต่างทางวัฒนธรรม และส่วนตัวฉันคิดว่าผู้หญิงเราแต่งตัวแบบไหนก็ได้ คิดอย่างไรก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกเสื้อผ้าแบบไหน แต่ว่าให้เป็นตัวของตัวเอง” ดีไซเนอร์ สาวชาวอิสราเอลกล่าวทิ้งท้าย.


















