สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ว่านายกรัฐมนตรีฟุมิโอะ คิชิดะ แถลงเมื่อวันศุกร์ ว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ การยกระดับแผนยุทธศาสตร์ทางทหารฉบับใหม่ ที่รวมถึงการเสนอแผนงบประมาณกลาโหม 320,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 11.18 ล้านล้านบาท ) ภายในกรอบระยะเวลา 5 ปี เป็นมูลค่าสูงที่สุดนับตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง
ผู้นำญี่ปุ่นเน้นว่า แผนการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อการจัดซื้อขีปนาวุธ “ที่มีคุณภาพทัดเทียมต่อกรกับจีน” และการส่งเสริมขัดความสามารถทางทหาร “เพื่อการรักษาสมดุลของความขัดแย้ง” ซึ่งจะรวมถึงการขยายขอบเขตการใช้อำนาจทางทหาร เพื่อ “การโจมตีโต้กลับภายใต้สถานการณ์จำเพาะ”
BREAKING | Japan approves new defense strategy to boost self-reliancehttps://t.co/Jc3KVSAjGd
— Nikkei Asia (@NikkeiAsia) December 16, 2022
โดยสรุปแล้ว คิชิดะกล่าวว่า รัฐบาลและชาวญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับ “ช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อด้านความมั่นคง ครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์” เนื่องจากสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนที่ยืดเยื้อ อาจเพิ่มแรงผลักดันให้จีนเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารต่อไต้หวัน ซึ่งจะสร้างแรงกระเพื่อมต่อไปยังความขัดแย้งเรื่องหมู่เกาะพิพาทในทะเลจีนตะวันออก เสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ และเส้นทางเดินเรือในภูมิภาคแห่งนี้ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสายสำคัญ สำหรับน้ำมันจากภูมิภาคตะวันออกกลาง
Japan's cabinet has approved three key documents to revamp the country's defense strategy. They would give Japan the ability to launch counterstrikes under specific circumstances.https://t.co/bZpiKm8wIN
— NHK WORLD News (@NHKWORLD_News) December 16, 2022
ทั้งนี้ มูลค่าการใช้จ่ายด้านกลาโหมของญี่ปุ่นมีสัดส่วนอยู่ที่ระดับ 0.95%-1% ของจีดีพี เป็นเวลานานกว่า 1 ทศวรรษแล้ว อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่คิชิดะรับตำแหน่งผู้นำญี่ปุ่น เมื่อเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว รัฐบาลโตเกียวชุดปัจจุบันพยายามผลักดันให้การใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มขึ้นให้ถึง 2% เพื่อให้สอดคล้องกับเกณฑ์ขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ ( นาโต ) และเมื่อเดือนที่แล้วประกาศเน้นย้ำแผนการ เดินหน้าให้ถึงเป้าหมายดังกล่าว ภายในปี 2570.
เครดิตภาพ : REUTERS



