เมื่อวันที่ 20 ส.ค. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงโครงการ “ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์” แบบท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับพื้นที่นำร่องอื่น ว่า โครงการ “ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์” เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้ช่วยฟื้นเศรษฐกิจของ จ.ภูเก็ต อย่างมีนัยสำคัญ โดยเมื่อเดือน ก.ค.2564 มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาจำนวน 14,055 คน มีจำนวนห้องพัก 190,843 คืน สร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวกว่า 872 ล้านบาท ซึ่งเมื่อคูณกับตัวทวีคูณ ทำให้มีรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ทั้งธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวโดยตรงและทางอ้อม หรือห่วงโซ่ อย่างมหาศาล กว่า 1,925 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นความสำเร็จในการดำเนินโครงการในพื้นที่อื่น
นายธานี กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ในการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เมื่อวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา เห็นชอบให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้าร่วมโครงการ “ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์” เดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่าง จ.ภูเก็ต และพื้นที่นำร่องอื่น ตั้งแต่วันที่ 16 ส.ค.เป็นต้นไป ประกอบด้วย เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี, เกาะพีพี เกาะไหง ไร่เลย์ จ.กระบี่ และเขาหลัก จ.พังงา ซึ่งทั้งหมดเป็นพื้นที่ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภาครัฐและภาคเอกชนในพื้นที่ ร่วมกับสนับสนุนให้โครงการนี้เป็นโครงการตัวอย่าง โดยกระทรวงการต่างประเทศ โดยสถานเอกอัครราชทูตไทย สถานกงสุลใหญ่ไทย และสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย ได้เตรียมระบบการออกหนังสือรับรองสำหรับการเดินทางเข้าประเทศไทย (ซีโออี) ไว้ล่วงหน้าแล้ว



