นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า รัฐบาลได้เร่งส่งเสริมให้มีการนำ ดิจิทัล ไอดี หรือการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล มาใช้งานอย่างแพร่หลาย โดยปัจจุบันมีระบบดิจิทัลไอดีของ 3 หน่วยงาน คือ ดี.โดป้า ของกรมการปกครอง โมบาย ไอดี ของ สำนักงาน กสทช. ที่มีผู้ใช้งานอยู่หลักแสนราย แล ระบบ เอ็นดีไอดี ของ บริษัท เนชั่นแนลดิจิทัลไอดี จำกัด ที่จัดทำให้กลุ่มธนาคาร มีผู้ใช้งานอยู่ 5 ล้านราย โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบใน “กรอบการขับเคลื่อนการให้บริการพิสูจน์ และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลประเทศไทย ระยะที่ 1 พ.ศ. 2565-พ.ศ. 2567” หรือ ดิจิทัล ไอดี เฟรมเวิร์ค แล้ว เพื่อเป็นกรอบแนวทางของประเทศ ในการบูรณการความร่วมมือ และการขับเคลื่อนงาน ภายใต้แผนปฏิบัติการที่จะช่วยเร่งผลักดันให้การดำเนินงานบรรลุผลสำเร็จ โดยตั้งเป้าหมายในปีหน้าจะมีคนไทยใช้งานดิจิทัลไอดี ของทั้ง 3 ระบบจำนวน 10 ล้านราย
“การที่ประชาชนมีดิจิทัลไอดี จะไม่ต่างจากการมีบัตรประจำตัวประชาชน บนโลกออฟไลน์ ช่วยให้การพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลทำได้ง่าย ต่อไปการทำธุรกรรมทางออนไลน์ต่างๆ ก็จะมีความสะดวก ขณะเดียวกันการติดต่อหน่วยงานราชการเพื่อทำเรื่องต่างๆ ก็ไม่จำเป็นต้องพกบัตรประชาชนแล้ว และต่อไปรัฐบาลจะพยายามเชื่อมโยงระบบให้มีฐานข้อมูลเดียวกันให้ได้ในอนาคต โดยจะมีระบบของกรมการปกครองเป็นระบบหลัก รวมถึงการเร่งพัฒนาระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนด้วยใบหน้าทางดิจิทัล หรือ เอฟวีเอส เช่นเวลาเดินทางขึ้นเครื่องไม่ต้องพบบัตรประชาชน ฯลฯ”
นายชัยวุฒิ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ (ร่าง) พ.ร.ฎ.ว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจบริการเกี่ยวกับระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล ที่ต้องได้รับใบอนุญาต พ.ศ. …. นั้น ล่าสุดทางนายกรัฐมนตรีขึ้นทูลเกล้าฯ แล้ว รวมไปถึงการจัดทำมาตรฐานทางด้านเทคนิค หรือแนวทางการพัฒนาและใช้งานระบบ ดิจิทัลไอดีของประเทศ เพื่อให้การใช้งานมีมาตรฐานระดับสากล ซึ่งมีสาระสำคัญ คือ เอกชนที่ต้องพัฒนาระบบดิจิทัลไอดี ต้องมาขออนุญาตกับทาง สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ เอ็ตด้า ก่อน เพื่อตรวจสอบว่าได้มาตรฐานหรือไม่
นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอีเอส กล่าวว่า การส่งเสริมให้เกิดการใช้งานอย่าางกว้างขว้าง จำเป็นต้องมีการพัฒนาระบบนิเวศ ทางดิจิทัล ทั้งเรื่องความปลอดภัย ประชาชนเข้าถึงง่าย และใช้ได้อย่างกว้างขวาง ซึ่งจะมีการบูรณนาการทำงานรวม กันทั้ง 8 หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อให้เห็นผลตาม ดิจิทัล ไอดี เฟรมเวิร์ค รวมถึงต่อยอดการให้บริการให้ครอบคลุม ดิจิทัล ไอดี สำหรับนิติบุคคล ชาวต่างชาติในอนาคตด้วย
สำหรับ Digital ID framework ในระยะที่ 1 นี้ มีทั้งหมด 8 กลยุทธ์ ได้แก่ 1.มี Digital ID ที่ครอบคลุม คนไทย นิติบุคคล และคนต่างชาติ พร้อมต่อยอดใช้งานทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ 2.ประชาชน สามารถใช้ Digital ID ที่เหมาะสม เข้าถึงบริการออนไลน์ได้ 3.กระทรวงมหาดไทย เป็นหน่วยงานหลักที่ให้ข้อมูลและบริการ สนับสนุนการพิสูจน์ตัวตนคนไทยและคนต่างชาติที่มีถิ่นที่อยู่ในไทย 4.ใช้ Digital IDในการทำธุรกรรมของนิติบุคคลเป็นการใช้ Digital ID บุคคลธรรมดาของผู้มีอำนาจของนิติบุคคลนั้น ร่วมกับการมอบอำนาจ หากจำเป็น
5.กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นหน่วยงานหลักที่ให้ข้อมูลนิติบุคคล สนับสนุนการทำธุรกรรมของนิติบุคคลด้วย Digital ID 6.ประชาชน เข้าถึงบริการออนไลน์ของรัฐได้ด้วย Digital ID ที่น่าเชื่อถือ โดยไม่ต้องพิสูจน์ตัวตนซ้ำซ้อน 7.ETDA ขับเคลื่อนนโยบาย Digital ID ในภาพรวม พร้อมพัฒนามาตรฐานกลาง ที่หน่วยงานกำกับแต่ละ Sector สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับ Sector ของตนได้อย่างเหมาะสม และ 8. DGA พัฒนามาตรฐานบริการ Digital ID ของรัฐ ให้มีมาตรฐาน สอดคล้องและเชื่อมโยงระหว่างรัฐและเอกชนได้



