สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงซูวา ประเทศฟิจิ เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. ว่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติของฟิจิ มีมติเสียงข้างมากเฉียดฉิว 28 ต่อ 27 เสียง เลือกนายซิติเวนี ราบูกา จากพรรคพันธมิตรประชาชน ซึ่งเป็นแกนนำฝ่ายค้านชุดปัจจุบัน ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนต่อไป หลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ที่ผ่านมา โดยการที่ฝ่ายรัฐบาลมีที่นั่งรวมกัน 29 ที่นั่ง หมายความว่า มีสมาชิกคนหนึ่งออกเสียงสวนกับมติของพรรคร่วมรัฐบาล


ด้านราบูกา วัย 74 ปี ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งผู้นำรัฐบาลฟิจิมาแล้ว ระหว่างปี 2535-2542 อีกทั้งยังเคยมีประวัติเป็นผู้นำการรัฐประหารมาแล้ว 2 ครั้ง และได้รับการขนานนามว่า “แรมโบ้” กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจให้กลับมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง และประกาศแนวนโยบายในเบื้องต้น ที่รวมถึงการกระชับความสัมพันธ์กับออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และกลุ่มประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก

นายแฟรงก์ ไบนิมารามา


ขณะที่นายกรัฐมนตรีแฟรงก์ ไบนิมารามา และพรรคฟิจิเฟิร์สต์ ขอบคุณความสนับสนุนจากชาวฟิจิตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โดยความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองซึ่งเกิดขึ้นครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปี หรือตั้งแต่การรัฐประหารครั้งล่าสุด เมื่อปี 2549 ซึ่งส่งผลให้ไบนิมารา ขึ้นสู่อำนาจสูงสุดทางการเมือง


อนึ่ง ฟิจิซึ่งมีประชากรประมาณ 900,000 คน เคยเกิดรัฐประหารมาแล้ว 4 ครั้ง แบ่งเป็น 2 ครั้ง เมื่อปี 2530 ตามด้วยเหตุการณ์เมื่อปี 2543 และการยึดอำนาจครั้งล่าสุดเมื่อปี 2549 อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ฟิจิเกิดความขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งมีเรื่องของเชื้อชาติ ระหว่างพลเมืองฟิจิซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ กับพลเมืองเชื้อสายอินเดียซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อย.

เครดิตภาพ : REUTERS