สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงซูวา ประเทศฟิจิ เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. ว่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติของฟิจิ มีมติเสียงข้างมากเฉียดฉิว 28 ต่อ 27 เสียง เลือกนายซิติเวนี ราบูกา จากพรรคพันธมิตรประชาชน ซึ่งเป็นแกนนำฝ่ายค้านชุดปัจจุบัน ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนต่อไป หลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ที่ผ่านมา โดยการที่ฝ่ายรัฐบาลมีที่นั่งรวมกัน 29 ที่นั่ง หมายความว่า มีสมาชิกคนหนึ่งออกเสียงสวนกับมติของพรรคร่วมรัฐบาล
Signed/Sealed: Rabuka is sworn in as FijiPM. #FijiPol pic.twitter.com/vJUfWbiZ4U
— Kelvin Anthony (@kelvinfiji) December 24, 2022
ด้านราบูกา วัย 74 ปี ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งผู้นำรัฐบาลฟิจิมาแล้ว ระหว่างปี 2535-2542 อีกทั้งยังเคยมีประวัติเป็นผู้นำการรัฐประหารมาแล้ว 2 ครั้ง และได้รับการขนานนามว่า “แรมโบ้” กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจให้กลับมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง และประกาศแนวนโยบายในเบื้องต้น ที่รวมถึงการกระชับความสัมพันธ์กับออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และกลุ่มประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก

ขณะที่นายกรัฐมนตรีแฟรงก์ ไบนิมารามา และพรรคฟิจิเฟิร์สต์ ขอบคุณความสนับสนุนจากชาวฟิจิตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โดยความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองซึ่งเกิดขึ้นครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปี หรือตั้งแต่การรัฐประหารครั้งล่าสุด เมื่อปี 2549 ซึ่งส่งผลให้ไบนิมารา ขึ้นสู่อำนาจสูงสุดทางการเมือง
Breaking – Frank Bainimarama thanks the FijiFirst supporters and says “this is democracy and this is my legacy. The 2013 Constitution.” #FijiPol pic.twitter.com/irLMTdHIRV
— Kelvin Anthony (@kelvinfiji) December 24, 2022
อนึ่ง ฟิจิซึ่งมีประชากรประมาณ 900,000 คน เคยเกิดรัฐประหารมาแล้ว 4 ครั้ง แบ่งเป็น 2 ครั้ง เมื่อปี 2530 ตามด้วยเหตุการณ์เมื่อปี 2543 และการยึดอำนาจครั้งล่าสุดเมื่อปี 2549 อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ฟิจิเกิดความขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งมีเรื่องของเชื้อชาติ ระหว่างพลเมืองฟิจิซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ กับพลเมืองเชื้อสายอินเดียซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อย.
เครดิตภาพ : REUTERS



