เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายผู้ว่าฯ กทม. ในพื้นที่เขตพญาไท โดยมี นางสุวรรณ ศิริมุจลินท์ ผอ.เขตพญาไท พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่เขตพญาไท สำนักเทศกิจ สำนักสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และให้ข้อมูล

ซึ่งการติดตามการดำเนินงานตามนโยบายผู้ว่าฯ กทม. ในวันนี้ ประกอบด้วย เยี่ยมชมต้นแบบการคัดแยกขยะ อาคารสำนักงานเขตพญาไท เพื่อต่อยอดการคัดแยกขยะระดับเขตแบบสมบูรณ์ครบวงจร ส่วนวิธีการคัดแยกขยะโดยจำแนกตามประเภท ขยะเศษอาหารที่เหลือจากการรับประทานประจำวัน ซึ่งสามารถย่อยสลายได้นำมาส่งทำปุ๋ยหมักเศษอาหาร ส่วนการคัดแยกขยะประเภทอื่นๆ ดำเนินการ ดังนี้ 1.ขยะทั่วไป (ถังสีน้ำเงิน) ได้แก่ ขยะที่ย่อยสลายไม่ได้ ย่อยสลายยาก แต่ไม่เป็นพิษ 2.ขยะรีไซเคิล (ถังสีเหลือง) ได้แก่ กระดาษ พลาสติก แก้ว กระป๋อง อลูมิเนียมหรือสิ่งของที่ไม่ใช้งาน ส่วนขวดน้ำพลาสติก ให้นำมาทิ้งที่คอกรับขวด เพื่อนำกลับไปใช้ประโยชน์ต่อไป 3.ขยะอันตราย (ถังสีส้ม) ได้แก่ ขยะที่มีสารปนเปื้อนวัตถุอันตราย สารพิษ สารเคมี วัตถุไวไฟ 4.ขยะติดเชื้อ (ถังสีแดง) ได้แก่ หน้ากากอนามัย สำลี หรือสิ่งของที่สัมผัสกับสารคัดหลั่ง ชุดตรวจโควิดที่ใช้งานแล้ว ให้นำใส่ถุงพลาสติกขนาดเล็กมัดปากถุงให้แน่น เพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี สำหรับปริมาณขยะก่อนคัดแยก 80 กิโลกรัม ปริมาณขยะหลังคัดแยก 50 กิโลกรัม ขยะที่นำกลับไปใช้ประโยชน์ 30 กิโลกรัม เขตฯ จัดเก็บขยะทั่วไปทุกวัน ส่วนขยะรีไซเคิล ขยะอันตราย ขยะติดเชื้อจัดเก็บทุกวันศุกร์ ทั้งนี้ รองผู้ว่าฯ กทม. และคณะยังเยี่ยมชมต้นแบบการคัดแยกขยะในพื้นที่เอกชนด้วย

ตรวจมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ซึ่งในพื้นที่มีสถานประกอบการที่เป็นแหล่งกำเนิดฝุ่นละออง ดังนี้ ประเภทโรงงาน 2 แห่ง ประเภทอู่พ่นสีรถยนต์ 9 แห่ง ประเภทการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ 1 แห่ง, ตรวจความเป็นระเบียบเรียบร้อย พื้นที่ทำการค้านอกจุดผ่อนผัน บริเวณหน้าอาคาร S.M.Tower (หน้าโรงพยาบาลพญาไท 2) ถนนพหลโยธิน เดิมเขตฯ มีจุดผ่อนผัน 33 จุด ผู้ค้า 807 ราย (ตามประกาศจุดผ่อนผัน ลงวันที่ 31 พ.ค.48 จำนวน 683 จุด) โดยถูกยกเลิกจุดผ่อนผัน 16 จุด คงเหลือ 17 จุด (ตามประกาศฯ ปี 54) โดยตั้งแต่ปี 54-63 เขตได้ยกเลิกผู้ค้าคงเหลือทั้งสิ้น 17 จุด แต่ทยอยยกเลิกทีละจุดถึงปี พ.ศ.64 มีจุดผ่อนผันคงเหลือทั้งสิ้น 3 จุด ปัจจุบันเขตมีจุดผ่อนผันที่ บชน.เห็นชอบและประกาศเป็นพื้นที่อนุญาตทำการค้าแล้ว จำนวน 3 จุด ดังนี้ 1.ซอยพหลโยธิน 7 (ซอยอารีย์ฝั่งซ้าย) ผู้ค้า 84 ราย  2.ถนนประดิพัทธ์ขาเข้า (ซอยเลขคี่) ผู้ค้า 68 ราย และ 3.ถนนประดิพัทธ์ขาออก (ซอยเลขคู่) มีผู้ค้า 28 ราย

ส่วนบริเวณซอยอารีย์ 1 ปัจจุบันไม่มีผู้ค้าทำการค้า และอยู่ระหว่างการพิจารณาอนุมัติประกาศยกเลิก เนื่องจากไม่มีการประชุมในคณะกรรมการระดับกทม. สำหรับพื้นที่ทำการค้านอกจุดผ่อนผัน (ซึ่งขอทบทวนจุดยกเลิกเดิม) จำนวน 10 จุด รวมผู้ค้าทั้งสิ้น 313 ราย ผู้ค้าเก่า 135 ราย ผู้ค้าใหม่ 178 ราย โดยรองผู้ว่าฯ กทม. ได้มอบหมายให้เขตกวดขันผู้ค้าไม่ให้ตั้งวางสิ่งของรุกล้ำเข้ามาในทางเท้า รวมถึงขีดสีตีเส้นพื้นที่ทำการค้าให้ชัดเจน ตลอดจนพิจารณาจัดหาพื้นที่เพื่อให้ผู้ค้าตั้งวางสินค้าให้อยู่ในแนวเดียวกัน เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยในพื้นที่ต่อไป

จากนั้น รองผู้ว่าฯ และคณะได้ตรวจจุดเสี่ยงภัยด้านอาชญากรรม สะพานลอยแยกสะพานควาย ถนนพหลโยธิน ซึ่งเขตมีจุดเสี่ยงภัยด้านอาชญากรรม จำนวน 5 จุด ดังนี้ 1.ซอยราชครู 2.สะพานลอยแยกสะพานควาย 3.สะพานลอยหน้ากระทรวงการคลัง 4.สะพานลอยปากซอยบุญอยู่ และ 5.สะพานลอยกองดุริยางค์ทหารบก ทางสำนักงานเขตได้จัดเจ้าหน้าที่เทศกิจตรวจตราความปลอดภัยวันละ 2 เวลา โดยตรวจและลงลายมือชื่อในการบันทึกวัน เวลา และเหตุการณ์ในขณะนั้น ส่วนบริเวณสะพานลอยแยกสะพานควาย มักจะพบคนเร่ร่อน หรือขอทานบนสะพานลอย เจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจจะตรวจสอบช่วงกลางวันบ่อยครั้งกว่าปกติ (ประมาณ 2-3 ครั้งในช่วงเวลากลางวัน) และประสานสำนักพัฒนาสังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลให้ความช่วยเหลือคนเร่ร่อน รวมถึงตรวจสอบด้านความปลอดภัยของประชาชน เช่น ไฟฟ้าส่องสว่าง ความสะอาด กล้อง CCTV ตลอดจนสังเกตเหตุการณ์โดยรอบ เพื่อเป็นการป้องกันอาชญากรรม โดยหากพบเหตุการณ์ต่างๆ จะรายงานให้ฝ่ายที่รับผิดชอบรับทราบทางไลน์ เพื่อความรวดเร็วในการแก้ไขปัญหา

สำรวจสวน 15 นาที สวนหย่อมปากซอยร่วมมิตร ถนนพหลโยธิน ซึ่งเขตมีสวนสาธารณะเดิม 1 แห่ง ที่จะปรับปรุงพัฒนาให้ดีขึ้น คือสวนพญาไทภิรมย์ เนื้อที่ 10 ไร่ ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตทางพิเศษศรีรัช ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย บริเวณใต้ทางด่วนซอยริมคลองสามเสน  ส่วนสวนหย่อมแห่งใหม่ ที่จะดำเนินการปรับปรุง คือ สวนหย่อมปากซอยร่วมมิตร เนื้อที่รวม 3 งาน 47 ตร.ว. ตั้งอยู่บริเวณ 2 ฝั่งถนนย่านพหลโยธิน เป็นพื้นที่ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย โดยทำสัญญาขอใช้พื้นที่กับการทางพิเศษฯ เป็นระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่วันที่16 มิ.ย.63 ถึงวันที่ 15 มิ.ย.68 ปัจจุบันมีสภาพทรุดโทรม จะดำเนินการปรับปรุงโดยการปลูกไม้พุ่ม พร้อมทั้งสร้างรั้วกั้นบริเวณโดยรอบพื้นที่สวนหย่อม เพื่อเป็นแนวขอบเขตที่ชัดเจน และสร้างลู่วิ่งให้ประชาชนได้ใช้วิ่งหรือเดินออกกำลังกาย โดยมอบหมายให้เขตประสานสำนักสิ่งแวดล้อมออกแบบทางเดินวิ่งภายในสวน ประสานสำนักการโยธาปรับปรุงพื้นที่ภายในสวน.