สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงออตตาวา ประเทศแคนาดา เมื่อวันที่ 2 ม.ค. ว่ากระทรวงการคลังของแคนาดาประกาศว่า กฎหมายห้ามชาวต่างชาติซื้อบ้านเป็นเวลา 2 ปี มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 1 ม.ค. ที่ผ่านมา ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวมีข้อยกเว้น ให้กับพลเมืองต่างชาติซึ่งมีสถานะผู้อยู่อาศัยถาวรตามกฎหมาย และนักศึกษาชาวต่างชาติ


การบัญญัติและบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวเป็นไปตามการเสนอโดยนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด เมื่อปี 2564 เพื่อบรรเทาแรงเสียดทานที่เกิดขึ้นกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยหลายฝ่ายในแคนาดาพร้อมใจกดดดันรัฐบาลทรูโด ให้เร่งหาทางควบคุมราคาอสังหาริมทรัพย์ จากการที่ราคาบ้านปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 20% ตั้งแต่ปี 2564 ขณะที่อัตราค่าเช่าแพงขึ้นเช่นกัน


อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากสมาคมอสังหาริมทรัพย์แคนาดาระบุว่า ราคาบ้านเฉลี่ยในตอนนี้ลดลงจากที่เคยสูงถึงมากกว่า 800,000 ดอลลาร์แคนาดา ( ราว 20.4 ล้านบาท ) เมื่อช่วงต้นปีที่แล้ว ลงมาอยู่ที่ระดับ 630,000 ดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 16.1 ล้านบาท ) เมื่อเดือนธ.ค. ที่ผ่านมา เนื่องจากรัฐบาลท้องถิ่นของเมืองใหญ่หลายแห่ง โดยเฉพาะเมืองโทรอนโตและเมืองแวนคูเวอร์ ใช้มาตรการเก็บภาษีเพิ่มกับชาวต่างชาติที่ซื้อบ้าน และผู้ที่ซื้อบ้านไว้เพื่อเก็งกำไร


กระนั้น ผู้สันทัดกรณีอีกส่วนมองว่า กฎหมายนี้ยังไม่น่าช่วยบรรเทาความร้อนแรงของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในแคนาดาได้มากนัก เนื่องจากสัดส่วนชาวต่างชาติเป็นเจ้าของบ้านในแคนาดา มีไม่ถึง 5% ในปัจจุบัน.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES