สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 5 ม.ค. ว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ให้การต้อนรับประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ผู้นำฟิลิปปินส์ ที่มหาศาลาประชาชน ในกรุงปักกิ่ง เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ในโอกาสที่ผู้นำฟิลิปปินส์เยือนจีนอย่างเป็นทางการ เป็นเวลา 3 วัน
NEWS UPDATE: Dinaluhan ni Pangulong Ferdinand R. Marcos Jr. ang welcoming ceremony na inihanda ni Chinese President Xi Jinping sa Great Hall of the People sa Beijing para sa kanilang pagpupulong ngayong Miyerkules, Jan. 4.
— PTVph (@PTVph) January 4, 2023
1/2 pic.twitter.com/MqucGUHEhx

ขณะที่ผู้นำทั้งสองประเทศหารือร่วมกันแบบเต็มคณะ ครอบคลุมแนวทางการยกระดับความร่วมมือที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน เทคโนโลยีการเกษตร การพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน การท่องเที่ยว พลังงานสะอาด การพยากรณ์อากาศและอวกาศ และความร่วมมือด้านวัคซีนโควิด-19 ผ่านการลงนามร่วมกันในบันทึกความเข้าใจ ( เอ็มโอยู ) รวม 14 ฉบับ

อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่สุดซึ่งมาร์กอส จูเนียร์ กล่าวตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง คือข้อพิพาทยืดเยื้อเกี่ยวกับสถานการณ์ในทะเลจีนใต้ ซึ่งรัฐบาลมะนิลาประกาศ เมื่อปลายเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ยุติโครงการสำรวจพลังงานในทะเลจีนใต้ร่วมกับรัฐบาลปักกิ่ง ลงนามร่วมกัน เมื่อปี 2561 เพื่อสำรวจและพัฒนาโครงการเกี่ยวกับน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในทะเลจีนใต้ เพื่อระงับข้อพิพาทระหว่างทั้งสองประเทศ เกี่ยวกับหมู่เกาะ แนวสันดอน และน่านน้ำพิพาทหลายจุดในทะเลแห่งนี้ ซึ่งรัฐบาลมะนิลาอนุญาตให้ผู้ประกอบการของฟิลิปปินส์เข้าไปดำเนินการ เมื่อปี 2563
ขณะที่มีรายงานว่า ผู้นำจีนกล่าวกับผู้นำฟิลิปปินส์ แสดงความพร้อมกับมาดำเนินโครงการสำรวจพลังงานกับรัฐบาลมะนิลา “ในพื้นที่ซึ่งไม่ใช่เขตพิพาท” และให้คำมั่นเพิ่มโควตาการนำเข้าอาหารทะเลจากฟิลิปปินส์ ด้านมาร์กอส จูเนียร์ กล่าวว่า ได้แสดงความวิตกกังวลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “กิจกรรม” ของอีกฝ่าย ทั้งการเคลื่อนไหวทางทหารและการประมงในพื้นที่พิพาทด้วย.
เครดิตภาพ : REUTERS



