สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 5 ม.ค. ว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ให้การต้อนรับประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ผู้นำฟิลิปปินส์ ที่มหาศาลาประชาชน ในกรุงปักกิ่ง เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ในโอกาสที่ผู้นำฟิลิปปินส์เยือนจีนอย่างเป็นทางการ เป็นเวลา 3 วัน

ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ผู้นำฟิลิปปินส์ และนางลิซา อราเนตา มาร์กอส สุภาพตรีหมายเลขหนึ่ง ถ่ายภาพร่วมกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน และนางเผิง ลี่หยวน สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ที่มหาศาลาประชาชน ในกรุงปักกิ่ง


ขณะที่ผู้นำทั้งสองประเทศหารือร่วมกันแบบเต็มคณะ ครอบคลุมแนวทางการยกระดับความร่วมมือที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน เทคโนโลยีการเกษตร การพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน การท่องเที่ยว พลังงานสะอาด การพยากรณ์อากาศและอวกาศ และความร่วมมือด้านวัคซีนโควิด-19 ผ่านการลงนามร่วมกันในบันทึกความเข้าใจ ( เอ็มโอยู ) รวม 14 ฉบับ

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน และประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ พบหารือแบบเต็มคณะ ที่มหาศาลาประชาชน ในกรุงปักกิ่ง


อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่สุดซึ่งมาร์กอส จูเนียร์ กล่าวตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง คือข้อพิพาทยืดเยื้อเกี่ยวกับสถานการณ์ในทะเลจีนใต้ ซึ่งรัฐบาลมะนิลาประกาศ เมื่อปลายเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ยุติโครงการสำรวจพลังงานในทะเลจีนใต้ร่วมกับรัฐบาลปักกิ่ง ลงนามร่วมกัน เมื่อปี 2561 เพื่อสำรวจและพัฒนาโครงการเกี่ยวกับน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในทะเลจีนใต้ เพื่อระงับข้อพิพาทระหว่างทั้งสองประเทศ เกี่ยวกับหมู่เกาะ แนวสันดอน และน่านน้ำพิพาทหลายจุดในทะเลแห่งนี้ ซึ่งรัฐบาลมะนิลาอนุญาตให้ผู้ประกอบการของฟิลิปปินส์เข้าไปดำเนินการ เมื่อปี 2563


ขณะที่มีรายงานว่า ผู้นำจีนกล่าวกับผู้นำฟิลิปปินส์ แสดงความพร้อมกับมาดำเนินโครงการสำรวจพลังงานกับรัฐบาลมะนิลา “ในพื้นที่ซึ่งไม่ใช่เขตพิพาท” และให้คำมั่นเพิ่มโควตาการนำเข้าอาหารทะเลจากฟิลิปปินส์ ด้านมาร์กอส จูเนียร์ กล่าวว่า ได้แสดงความวิตกกังวลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “กิจกรรม” ของอีกฝ่าย ทั้งการเคลื่อนไหวทางทหารและการประมงในพื้นที่พิพาทด้วย.

เครดิตภาพ : REUTERS