สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 5 ม.ค. ว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองภายในเวเนซุเอลา ว่า รัฐบาลวอชิงตันของประธานาธิบดีโจ ไบเดน จะยังคงประสานงานและร่วมมือกับนายฮวน กวยโด “และกลุ่มบุคคลซึ่งมีแนวคิดแบบเดียวกัน” อีกทั้งยังคงให้การยอมรับสภาแห่งชาติของเวเนซุเอลา ชุดเมื่อปี 2558 ซึ่งฝ่ายค้านครองเสียงข้างมาก “เป็นสถาบันประชาธิปไตยแห่งสุดท้าย” ของประเทศนี้
ท่าทีดังกล่าวของสหรัฐเกิดขึ้น หลังสภาแห่งดังกล่าวมีมติเสียงข้างมาก เมื่อช่วงก่อนปีใหม่ที่ผ่านมา “ยุบรัฐบาลรักษาการ” ของกวยโด “เนื่องจากไม่มีประโยชน์ และไม่สอดคล้องกับการรักษาผลประโยชน์ให้แก่ประชาชนอีกต่อไป”
The U.S. continues to recognize the authority of @AsambleaVE, the last democratically elected institution in Venezuela, and welcomes the agreement to extend its authority. We support the Venezuelan people's desire for a peaceful restoration of democracy. https://t.co/So4lKyhq1j
— Ned Price (@StateDeptSpox) January 3, 2023
ทั้งนี้ รัฐบาลของกวยโดขึ้นสู่ตำแหน่งดังกล่าว เมื่อเดือน ม.ค. 2562 และได้รับความสนับสนุนจากมากกว่า 50 ประเทศ นำโดยสหรัฐและพันธมิตรตะวันตก ซึ่งไม่ยอมรับการเลือกตั้งผู้นำเวเนซุเอลา เมื่อเดือน พ.ค. 2561 ที่ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร จากพรรคสังคมนิยมซึ่งเป็นฝ่ายซ้าย ยังคงได้รับชัยชนะ
El pasado 22 de diciembre la Comisión Delegada de la Asamblea Nacional electa en 2015 aprobó en primera discusión la reforma del “Estatuto que rige la Transición a la Democracia", decisión que pondría fin al gobierno interino encabezado por Juan Guaidó.
— VIVOplay (@vivoplaynet) December 28, 2022
Reporta @valencrespomg pic.twitter.com/XaiNOrTW7v
แม้การได้รับความสนับสนุนจากฝ่ายตะวันตก ช่วยให้รัฐบาลของกวยโด สามารถครอบครองทรัพย์สินของเวเนซุเอลาในต่างประเทศได้บางส่วน อย่างไรก็ตาม การที่ มาดูโร ยังคงอยู่ในตำแหน่งได้จนถึงปัจจุบัน และมีแนวโน้ม “ยังคงอยู่อีกนาน” ทั้งที่หลายฝ่ายกล่าวหาว่า ผู้นำเวเนซุเอลาคนปัจจุบันบริหารเศรษฐกิจผิดพลาดอย่างร้ายแรง กลับส่งผลกระทบต่อความนิยมของกวยโด ให้ลดลงอย่างต่อเนื่อง
ยิ่งไปกว่านั้น เกิดการเปลี่ยนขั้วทางการเมืองกับประเทศขนาดใหญ่หลายแห่งในลาตินอเมริกา โดยเฉพาะ บราซิล อาร์เจนตินา และโคลอมเบีย ที่มีการเลือกประธานาธิบดีฝ่ายซ้ายให้เข้ามาบริหารประเทศ และรัฐบาลสหรัฐชุดปัจจุบันของไบเดนเพิ่งอนุญาตให้เชฟรอน กลับมาเข้ามาลงทุนด้านน้ำมันในเวเนซุเอลา “เพื่อตอบแทน” การที่รัฐบาลมาดูโร “มีความคืบหน้า” ในการเจรจากับฝ่ายค้านด้วย.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



