สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 5 ม.ค. ว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองภายในเวเนซุเอลา ว่า รัฐบาลวอชิงตันของประธานาธิบดีโจ ไบเดน จะยังคงประสานงานและร่วมมือกับนายฮวน กวยโด “และกลุ่มบุคคลซึ่งมีแนวคิดแบบเดียวกัน” อีกทั้งยังคงให้การยอมรับสภาแห่งชาติของเวเนซุเอลา ชุดเมื่อปี 2558 ซึ่งฝ่ายค้านครองเสียงข้างมาก “เป็นสถาบันประชาธิปไตยแห่งสุดท้าย” ของประเทศนี้


ท่าทีดังกล่าวของสหรัฐเกิดขึ้น หลังสภาแห่งดังกล่าวมีมติเสียงข้างมาก เมื่อช่วงก่อนปีใหม่ที่ผ่านมา “ยุบรัฐบาลรักษาการ” ของกวยโด “เนื่องจากไม่มีประโยชน์ และไม่สอดคล้องกับการรักษาผลประโยชน์ให้แก่ประชาชนอีกต่อไป”


ทั้งนี้ รัฐบาลของกวยโดขึ้นสู่ตำแหน่งดังกล่าว เมื่อเดือน ม.ค. 2562 และได้รับความสนับสนุนจากมากกว่า 50 ประเทศ นำโดยสหรัฐและพันธมิตรตะวันตก ซึ่งไม่ยอมรับการเลือกตั้งผู้นำเวเนซุเอลา เมื่อเดือน พ.ค. 2561 ที่ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร จากพรรคสังคมนิยมซึ่งเป็นฝ่ายซ้าย ยังคงได้รับชัยชนะ


แม้การได้รับความสนับสนุนจากฝ่ายตะวันตก ช่วยให้รัฐบาลของกวยโด สามารถครอบครองทรัพย์สินของเวเนซุเอลาในต่างประเทศได้บางส่วน อย่างไรก็ตาม การที่ มาดูโร ยังคงอยู่ในตำแหน่งได้จนถึงปัจจุบัน และมีแนวโน้ม “ยังคงอยู่อีกนาน” ทั้งที่หลายฝ่ายกล่าวหาว่า ผู้นำเวเนซุเอลาคนปัจจุบันบริหารเศรษฐกิจผิดพลาดอย่างร้ายแรง กลับส่งผลกระทบต่อความนิยมของกวยโด ให้ลดลงอย่างต่อเนื่อง


ยิ่งไปกว่านั้น เกิดการเปลี่ยนขั้วทางการเมืองกับประเทศขนาดใหญ่หลายแห่งในลาตินอเมริกา โดยเฉพาะ บราซิล อาร์เจนตินา และโคลอมเบีย ที่มีการเลือกประธานาธิบดีฝ่ายซ้ายให้เข้ามาบริหารประเทศ และรัฐบาลสหรัฐชุดปัจจุบันของไบเดนเพิ่งอนุญาตให้เชฟรอน กลับมาเข้ามาลงทุนด้านน้ำมันในเวเนซุเอลา “เพื่อตอบแทน” การที่รัฐบาลมาดูโร “มีความคืบหน้า” ในการเจรจากับฝ่ายค้านด้วย.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES