สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 5 ม.ค. ว่า คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลของไอร์แลนด์ สั่งปรับเมตาเป็นเงิน 390 ล้านยูโร (ประมาณ 14,000 ล้านบาท) โดยระบุว่า บริษัทละเมิดกฎหมายความเป็นส่วนตัวของอียู ด้วยการกล่าวว่า โฆษณาดังกล่าวมีความจำเป็นต่อการทำสัญญากับผู้ใช้งาน

อย่างไรก็ตามทาง เมตา กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับคำตัดสิน และเตรียมยื่นอุทธรณ์ต่อคำตัดสินและการปรับเงิน ซึ่งการต่อสู้คดีอาจใช้เวลานานหลายปี แต่หากการตัดสินยังเป็นเหมือนเดิม นั่นหมายความว่า เมตาจะต้องอนุญาตให้ผู้ใช้สามารถเลือกไม่รับโฆษณาตามการโต้ตอบกับแอพพลิเคชั่น ซึ่งเป็นสิ่งที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจหลักของบริษัท

การตัดสินของไอร์แลนด์ที่มีต่อ 2 แพลตฟอร์มของเมตา ได้แก่ เฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม ให้เวลาบริษัท 3 เดือน ในการเลิกพึ่งพาสัญญาที่ทำกับผู้ใช้ เพื่อปรับการใช้สิ่งที่เรียกว่า “โฆษณาตามพฤติกรรม” ซึ่งเป็นการกำหนดเป้าหมายตามกิจกรรมทางออนไลน์ของผู้ใช้ อย่างไรก็ดี เมตาสามารถดำเนินการตามการตัดสิน ซึ่งอยู่ในระหว่างการอุทธรณ์ได้

ทั้งนี้ การตัดสินของไอร์แลนด์มีความสำคัญ เพราะมันอาจทำให้เกิดการจำกัดความสามารถของเมตา ในการใช้ข้อมูลบางส่วนที่รวบรวมในแอพพลิเคชั่นของตนเอง แต่กระนั้น คำตัดสินไม่ได้สั่งให้เมตาขอความยินยอมของผู้ใช้งาน เพื่อใช้ข้อมูลกิจกรรมของพวกเขาในการกำหนดโฆษณา แต่จะเป็นการขจัดการให้เหตุผลว่าชอบด้วยกฎหมายตามสัญญาที่เมตาใช้อยู่ในปัจจุบัน ส่งผลให้บริษัทมีตัวเลือกอื่นภายใต้กฎหมายของอียูเพียงเล็กน้อย ในการปรับแสดงโฆษณาข้างต้น

อีกด้านหนึ่ง เมตา ระบุว่า คำตัดสินไม่ได้ขัดขวางการโฆษณาเฉพาะบุคคลบนแพลตฟอร์มของตน พร้อมเสริมว่า บริษัทกำลังประเมินตัวเลือกเพื่อนำเสนอบริการเฉพาะบุคคลแก่ผู้ใช้ต่อไป นอกจากนี้ เมตายังปฏิเสธแนวคิดของการขอความยินยอมจากผู้ใช้ ตามความชอบด้วยกฎหมายภายใต้กฎหมายของอียู โดยให้เหตุผลว่า “ขาดความแน่นอนด้านกฎระเบียบในเรื่องนี้”.

เครดิตภาพ : REUTERS