สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 8 ม.ค. โดยอ้างข้อมูลจากสำนักข่าวบลูมเบิร์ก ซึ่งสนทนากับแหล่งข่าวระดับสูงภายในทวิตเตอร์ ว่า มีการปลดพนักงานเพิ่มอีก “มากกว่า 10 อัตรา” ที่สิงคโปร์ และไอร์แลนด์ ในแผนกเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือและความปลอดภัย ที่คอยกลั่นกรองเนื้อหาทั้งหมดบนแพลตฟอร์มของทวิตเตอร์ และสายงานที่เกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิด และการใช้ถ้อยคำสร้างความเกลียดชัง


ทั้งนี้ ในบรรดาผู้ที่ต้องพ้นจากตำแหน่ง รวมถึง นายนูร์ อัซฮาร์ บิน อายุบ หัวหน้าฝ่ายบูรณาการประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และนางอนาลุยซา โดมิงเกซ ผู้อำนวยการอาวุโสด้านนโยบายการจัดเก็บรายได้


อนึ่ง นับตั้งแต่เข้าซื้อกิจการของทวิตเตอร์ เพื่อเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว ในราคา 44,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 1.48 ล้านล้านบาท ) เมื่อเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว นายอีลอน มัสก์ อภิมหาเศรษฐีนักธุรกิจ ปรับโครงสร้างการบริหารและการทำงานภายในแทบทุกด้านของเครือข่ายสังคมออนไลน์แห่งนี้


หนึ่งในนั้นคือการเลิกจ้างพนักงานประมาณ 3,700 คน ซึ่งคิดเป็นราวครึ่งหนึ่งของพนักงานทวิตเตอร์ ที่มีอยู่ทั่วโลก โดยเจ้าหน้าที่ด้านวิศวกรรม การสื่อสาร การผลิต การสร้างสรรค์คอนเทนต์ และจริยธรรมปัญญาประดิษฐ์ ได้รับผลกระทบมากที่สุด นอกจากนั้น “บุคลากรทั้งหมด” ในฝ่ายงานด้านสิทธิมนุษยชน ต้องพ้นจากตำแหน่ง แต่ต่อมาไม่นานมีรายงานว่า เริ่มมีการติดต่อพนักงาน “หลายสิบคน” ให้กลับเข้ามาทำงานตามเดิม.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES