วันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคมของแต่ละปี จะเป็น “วันเด็ก” องค์กรหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะจัดกิจกรรมมอบของขวัญให้เด็กๆ อันเป็นเยาวชนของประเทศ ที่จะพัฒนาประเทศในวันข้างหน้า แต่ละประเทศต่างให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะสถาบันครอบครัว อันได้แก่ พ่อแม่ผู้ปกครอง ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี มอบความรัก ความรู้ ให้กับลูกหลาน ดังคำว่า “ทำให้ดู อยู่ให้เห็น เย็นให้สัมผัส”
เฉกเช่นเดียวกับ พระพุทธเจ้า ที่ทรงมีพระราชโอรสในช่วงที่ยังมิได้ออกบวช ชื่อ “ราหุล” เป็นพระโอรสของ “เจ้าชายสิทธัตถะ” กับ “พระนางยโสธรา” เป็นของหลานของ “พระเจ้าสุทโธทนะ” กับ “พระนางสิริมหามายา” เมืองกบิลพัสดุ์ เมื่อ“ราหุล” อายุได้ประมาณ 7 ขวบ พระพุทธเจ้า ทรงชักชวนให้ออกบวชเป็นสามเณรรูปแรกในพระพุทธศาสนา ในวันที่ “ราหุล” เข้าไปขอราชสมบัติจาก พระพุทธเจ้า ตามคำชี้แนะของ “พระนางยโสธรา” ผู้เป็นพระราชมารดา ในขณะนั้นพระพุทธองค์พร้อมทั้งภิกษุสงฆ์จำนวนมาก เสด็จออกบินฑบาตอยู่ในเมือง “ราหุลกุมาร” เดินตามพระพุทธองค์ไปจนถึงนิโครธาราม อันเป็นสถานที่ประทับของ พระพุทธเจ้า เมื่อทรงกลับจากทรงบิณฑบาตแล้ว “ราหุล” เข้ามาขอราชสมบัติจากพระราชบิดา พระพุทธองค์ทรงเห็นว่า ราชสมบัติที่ “ราหุล” ขอนั้นเป็นสมบัติทางโลกที่ไม่จีรังยั้งยืน จะต้องประสบกับความผิดหวัง สูญเสียอย่างไม่มีวันสิ้นสุด พระองค์จึงได้ให้ทรัพย์สมบัติที่เป็น โลกุตตระ อันเป็น สมบัติภายใน จึงมอบหมายให้ พระสารีบุตร เป็นพระอุปัชฌาย์บวชให้ “ราหุล”
ครั้งหนึ่ง พระพุทธเจ้า ทรงสอน สามเณรราหุล เกี่ยวกับโทษของการพูดเท็จ โดยทรงใช้สื่อในการสอน และสอน สามเณราหุล อย่างเป็นเหตุเป็นผล อุปมาอุปไมย ยกตัวอย่างชัดเจน เหมาะกับอายุและอุปนิสัยของเด็กในการเรียนรู้เป็นอย่างยิ่ง โดยวันนั้นพระองค์สอนเรื่อง “การพูดเท็จ” แก่ สามเณรราหุล โดยพระองค์ทรงจับขันน้ำ ตักน้ำในโอ่งเพื่อล้างพระบาท แล้วเทน้ำจากขันทิ้งไปนิดหนึ่งแล้วตรัสถามว่า “ราหุลเธอเห็นอะไร” สามเณรราหุล กราบทูลว่า “เห็นพระศาสดาเทน้ำจากขันนิดหนึ่งพระเจ้าข้า” พระพุทธเจ้า ตรัสสอนว่า “ราหุล คนที่พูดเท็จทั้งๆ ที่รู้ เขาเทคุณความดีออกจากตนทีละนิด เหมือนเทน้ำออกจากขันนี้” หลังจากนั้น พระพุทธเจ้า ทรงเทน้ำหมดขัน แล้วถาม สามเณรราหุล ว่า “ราหุลเธอเห็นอะไร” สามเณรราหุล กราบทูลว่า “เห็นพระศาสดาเทน้ำหมดขันพระเจ้าข้า” พระพุทธเจ้าตรัส สอนว่า “ราหุล คนที่พูดเท็จ ทั้งๆ ที่รู้ย่อมเทคุณความดีออกหมด เหมือนน้ำที่เราเทออกหมดนี้” เสร็จแล้วทรงคว่ำขันน้ำลง ตรัสว่า “ราหุลเธอเห็นอะไร” สามเณรราหุล กราบทูลว่า “เห็นพระศาสดาคว่ำขันน้ำพระเจ้าข้า” พระพุทธเจ้า ตรัสสอนว่า “ราหุล คนที่พูดเท็จ ทั้งๆ ที่รู้ย่อมคว่ำคุณธรรมออกหมด เหมือนขันคว่ำนี้” เสร็จแล้วทรงหงายขันเปล่าขึ้น แล้วตรัสถามว่า “ราหุลเธอเห็นอะไร” สามเณรราหุล กราบทูลว่า “เห็นพระศาสดาหงายขันน้ำขึ้นพระเจ้าข้า” พระพุทธเจ้า ตรัสสอนว่า “ราหุล คนที่พูดเท็จ ทั้งๆ ที่รู้ ย่อมไม่มีคุณความดีเหลืออยู่เลยดุจขันเปล่านี้”
สามเณรราหุล เป็นผู้มีความฉลาด สนใจการเรียนรู้ จึงเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งในสิ่งที่พระพุทธองค์ทรงสอน ตื่นเช้ามาทุกวัน สามเณรราหุล จะออกไปหน้ากุฏิกำทรายขึ้นมา 1 กำมือ แล้วพูดว่า “วันนี้เราจะเรียนธรรมะ ให้ได้เท่ากับเม็ดทรายในกำมือ”
วัตรปฏิบัติของสามเณรราหุลจึงควรเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เยาวชน จนพระพุทธองค์ทรงยกย่องสามเณรราหุลว่า “เป็นเลิศในทางด้านผู้คงแก่เรียนใฝ่ศึกษา”
…………………………………..
คอลัมน์ : ลานธรรม
โดย : พระครูปลัดบัณฑิต อินฺทเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสังข์กระจายวรวิหาร รองประธานเครือข่ายธรรมะอารมณ์ดี



