สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 22 ส.ค. ว่า นายกรัฐมนตรี อิสมาอิล ซาบรี ยาค็อบ ผู้นำมาเลเซีย แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ เมื่อวันอาทิตย์ มีเนื้อหาตอนหนึ่ง ว่าวิกฤติการเมืองที่เกิดขึ้นได้สร้างความไม่พอใจและความทุกข์ใจอย่างหนักให้แก่ประชาชน ด้วยเหตุนี้ การฟื้นฟูเสถียรภาพและความเชื่อมั่นทางการเมืองจึงเป็นเรื่องสำคัญ และต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว ซึ่งหนึ่งในวิธีการมีประสิทธิภาพ คือการทำงานร่วมกันระหว่างพรรคการเมือง รวมถึงระหว่างพรรครัฐบาลกับพรรคฝ่ายค้าน
The next election is still 21 months away says newly appointed pm Ismail Sabri as he urges politicians to bury their differences and find common ground to work together. He’s officially invited the opposition to join the national recovery council & the special COVID-19 committee https://t.co/hPyr5r5ps4 pic.twitter.com/yGiQxu0wPl
— Melissa Goh (@MelGohCNA) August 22, 2021
ทั้งนี้ อิสมาอิล ซาบรี กล่าวว่า เขาจะสานต่อนโยบายด้านการบริหารจัดการวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของรัฐบาลชุดที่แล้ว ซึ่งตอนนั้นเขาอยู่ในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ที่รวมถึงการเชิญแกนนำพรรคฝ่ายค้านร่วมคณะทำงาน และการติดต่อความคืบหน้าของการซื้อวัคซีนเพิ่มเติมอีก 6 ล้านโด๊ส ซึ่งควรทยอยมาถึงภายในต้นเดือน ก.ย.นี้
อนึ่ง อิสมาอิล ซาบรี วัย 61 ปี เข้าเฝ้าฯสมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลเลาะห์ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านา เพื่อกราบบังคมทูลถวายคำสัตย์ปฏิญาณ รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 9 อย่างเป็นทางการ นับเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 3 ของมาเลเซีย ภายในระยะเวลาเพียง 3 ปี ต่อจาก ดร.มหาเธร์ โมฮัมหมัด และนายมูห์ยิดดิน ยาสซิน
61 year old Ismail Sabri took his oath of office and allegiance before king Sultan Abdullah as Malaysia’s 9th PM, this as the 8th PM watched on. All eyes on Ismail’s cabinet line up . Can he broker a ceasefire and forge political stability ? pic.twitter.com/TnGYvENeuB
— Melissa Goh (@MelGohCNA) August 21, 2021
อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งภายในพรรคร่วมรัฐบาล ที่มีพรรคมลายูสามัคคีแห่งชาติ ( อัมโน ) พรรคการเมืองขนาดใหญ่และเก่าแก่ที่สุด "เป็นตัวแปรสำคัญ" ส่งผลอย่างหนักต่อการบริหารท่ามกลางวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 และทำให้มูห์ยิดดินตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ก่อนถึงกำหนดการอภิปรายและลงมติไม่ไว้วางใจในเดือนหน้า และการเลือกตั้งทั่วไปภายในเดือน ก.ค. 2566
ขณะที่การรับตำแหน่งของอิสมาอิล ซาบรี ซึ่งดำรงตำแหน่งรองประธานพรรคอัมโน และเท่ากับเป็นการหวนคืนสู่อำนาจสูงสุดทางการเมืองของพรรคเก่าแก่แห่งนี้ หลัง "พ่ายแพ้ครั้งประวัติศาสตร์" ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2561 และต้องพ้นจากการผูกขาดการเป็นรัฐบาลเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่มาเลเซียเป็นเอกราชจากสหราชอาณาจักร เมื่อปี 2500 แต่เป็นความเคลื่อนไหวที่ยังต้องระมัดระวังอย่างมาก เพราะสมาชิกระดับสูงหลายคนของพรรคอัมโนยังมี "ชนักติดหลัง" เรื่องการทุจริตในกองทุนพัฒนาแห่งชาติ "วันเอ็มดีบี".
เครดิตภาพ : AP

















