วันที่ 1 ธ.ค. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยว่า หลังจากได้ลงพื้นที่น้ำท่วมหาดใหญ่ เพื่อตรวจสอบความเสียหายและผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยรัฐบาลจะออกมาตรการช่วยเหลือ เยียวยา ฟื้นฟูประชาชนและภาคธุรกิจ ซึ่งจะมีการหารือและนำเสนอในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ หรือ ครม.เศรษฐกิจ ในช่วงเวลา 13.30 น. ของวันนี้

ทั้งนี้ ประเมินผลกระทบกับภาพรวมเศรษฐกิจระดับมหภาค ไม่ได้ส่งผลกระทบ แต่กระทบกับชีวิตคน โดยได้หารือกับประธานสมาคมธนาคารไทย ประธานสมาคมแบงก์รัฐ และรองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เพื่อหามาตรการทางด้านการเงินเข้ามาช่วยเหลือ เนื่องจากสภาพพื้นที่ได้เสียหายทั้งหมด ทรัพย์สินเสียหายทั้งหมด

สำหรับแนวทางความช่วยเหลือจำเป็นต้อง พักต้นพักดอก หรือให้พักเงินต้น และพักดอกเบี้ย 0% เพื่อต่อลมหายใจในช่วงระยะหนึ่ง, มีความช่วยเหลือจากประกันสังคม เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการ ธุรกิจ เลิกจ้างลูกจ้างพนักงาน และต้องเสริมความเข้มแข็งให้ภาคธุรกิจในพื้นที่

“การช่วยเหลือจะเป็นนโยบายให้ออกซิเจน และต้องเรียนรู้จากบทเรียน มีระบบป้องกันภัย และลงทุนเพื่ออนาคต ให้หาดใหญ่กลับมาฟื้น จะทำเป็น smart city ต้องออกแบบมาตรการทั้งเยียวยา ฟื้นฟูชีวิต และฟื้นฟูธุรกิจ ให้กลับมาแข้มแข็ง”

นายเอกนิติ กล่าวว่า มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพื้นที่หาดใหญ่ ทั้งประชาชนและภาคธุรกิจ จะมีการใช้เงินจากงบกลางที่เหลืออยู่ โดยมีความจำเป็นต้องขอตรวจดูภาพรวมของงบประมาณก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้จ่ายงบกลางที่เหลืออยู่ตามเดิม ซึ่งปัจจุบันงบกลางก็ได้ถูกนำมาใช้เพื่อช่วยเหลือในหลายด้านแล้ว จากสถานการณ์ปัจจุบันเรียกว่าหนักมาก ทำให้การช่วยเหลือในระยะนี้จะแบ่งออกเป็นหลายส่วน โดยให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างทันท่วงที

ขณะที่การเยียวยาช่วยคนประสบภัย จะมีการแยกส่วนการดำเนินการเป็นการฟื้นฟูธุรกิจ ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูชีวิตของประชาชนด้วย โดยเป็นมาตรการเรื่องหนี้ มีทั้งพักหนี้ กลไกด้านดอกเบี้ย จะเป็นการใช้มาตรการผ่านธนาคารในการขับเคลื่อน ซึ่งธนาคารได้ออกมาตรการช่วยมาเบื้องต้นแล้ว

“ส่วนเงินงบกลางที่ใช้กับเยียวยาน้ำท่วมจะกระทบกับโครงการคนละครึ่งเฟสสองหรือไม่นั้น จะเป็นช่วยหนี้สิน จะเป็นโครการเติมออกซิเจน ซึ่งเป็นมาตรการคนละส่วนกัน”

นอกจากนี้ ครม.เศรษฐกิจ ในวันนี้ จะเสนอแพ็กเกจช่วยเหลือเอสเอ็มอี ในเรื่องค้ำประกันสินเชื่อซอฟต์โลน ปรับเปลี่ยนธุรกิจเข้าสู่เทคโนโลยีสมัยใหม่ และมีพี่ช่วยน้อง ช่วยเรื่องภาษี

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้จากภาคธนาคารพาณิชย์กำลังเร่งทยอยออกมาตรการผ่อนปรนเกณฑ์หนี้บัตรเครดิตเป็นการด่วน ซึ่งมาตรการที่กำลังจะออกมานั้นจะมีรายละเอียดที่กว้างกว่ามาตรการที่เคยมีการดำเนินการไปแล้ว และมีแนวโน้มที่จะแตกต่างจากมาตรการของธนาคารของรัฐ เนื่องจากธนาคารพาณิชย์มีความเป็นอิสระในการกำหนดมาตรการ โดย ธปท. มีหน้าที่กำกับดูแลและขอให้ธนาคารพาณิชย์สนับสนุน ซึ่งธนาคารพาณิชย์ก็พร้อมสนับสนุนอยู่แล้ว

ความแตกต่างหลักคือ ลูกค้าของธนาคารพาณิชย์มีกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายกว่า รวมถึงลูกค้าในกลุ่มสินเชื่อลีสซิ่ง และสินเชื่อบ้าน ซึ่งมักจะมีขนาดวงเงินที่ใหญ่กว่า โดยลูกค้าสินเชื่อรายย่อยส่วนใหญ่จะอยู่กับธนาคารของรัฐมากกว่า

ในประเด็นเรื่องมาตรการซอฟต์โลน (Soft Loan) จะใช้ผ่านธนาคารออมสิน และปัจจุบันธนาคารออมสินเป็นธนาคารรัฐแห่งเดียวที่มีกำลังในการออกซอฟต์โลนได้ในขณะนี้ ส่วนการออก พ.ร.ก.ซอฟต์โลนของ ธปท. เหมือนกับช่วงโควิดนั้นเป็นเรื่องของทางการเมือง และมีข้อจำกัด ทำให้การผลักดันมาตรการซอฟต์โลนผ่านกลไก พ.ร.ก. เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาทางการเมืองด้วยว่าสามารถทำได้หรือไม่

“สถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบันว่า ถือเป็นวิกฤติแต่เป็นแบบเฉพาะจุด ซึ่งแตกต่างจากวิกฤติในระดับการระบาดของโควิด-19 ที่เคยเกิดขึ้น รัฐบาลกำลังเตรียมมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม จะมีการนำเสนอแพ็กเกจต่างๆ เข้าที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจ รวมถึงแพ็กเกจสำหรับเอสเอ็มอี และแพ็กเกจน้ำท่วม โดยรองนายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้นำเสนอและแถลงรายละเอียด”