สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงมาดริด ประเทศสเปน เมื่อวันที่ 16 ม.ค. ว่า รัฐบาลระดับภูมิภาคของกรุงมาดริด ซึ่งนำโดย นางอิซาเบล อายูโซ จากพรรคประชาชน (พีพี) ตกเป็นเป้าโจมตีในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะนับตั้งแต่การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เริ่มขึ้นในปี 2563 เนื่องด้วยการจัดบุคลากรที่ไม่มีประสิทธิภาพ  ในโรงพยาบาลและศูนย์สาธารณสุขมูลฐานหลายแห่ง

โฆษกของรัฐบาลระดับภูมิภาค กล่าวว่า การประท้วงครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมราว 30,000 คน ซึ่งพวกเขากล่าวว่า รัฐบาลภูมิภาคกำลังรื้อถอนบริการสาธารณสุขของประเทศ และสนับสนุนผู้ให้บริการด้านสุขภาพของเอกชน

“เรามีผู้ป่วยราว 40-50 คนต่อวัน แต่มีเวลาให้พวกเขาคนละประมาณ 6 นาที ปัญหาคือ รัฐบาลไม่อนุญาตให้พวกเราดูแลคนไข้อย่างเหมาะสม” นางอานา เอนซินาส แพทย์หญิงวัย 62 ปี ผู้ให้บริการปฐมภูมิในกรุงมาดริดมานานกว่า 37 ปี กล่าว

อย่างไรก็ตาม อายูโซปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่า รัฐบาลของเธอกำลังถอดบริการสาธารณสุขเพื่อให้ประโยชน์กับภาคเอกชน พร้อมกับกล่าวว่า การประท้วงและการนัดหยุดงานกำลังถูกบงการโดยพรรคฝ่ายซ้าย ในช่วงก่อนการเลือกตั้งระดับเทศบาลและภูมิภาคในปีนี้ เพื่อบ่อนทำลายรัฐบาลระดับภูมิภาคฝ่ายอนุรักษนิยม

ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกันเกิดขึ้นเมื่อช่วงเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา เมื่อประชาชนหลายหมื่นคนเดินขบวนผ่านใจกลางกรุงมาดริด เพื่อสนับสนุนเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ซึ่งเรียกร้องสภาพการทำงานที่ดีขึ้น.

เครดิตภาพ : REUTERS