สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน ( เอ็นบีเอส ) รายงานผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ( จีดีพี ) ประจำไตรมาสที่ 4 ของปีที่แล้ว ขยายตัวที่ระดับ 2.9% เมื่อเทียบแบบรายปีกับสถิติของปี 2564 และเป็นอัตราที่ชะลอตัว เมื่อเทียบกับสถิติ 3.9% ของไตรมาสที่สาม


ทั้งนี้ เมื่อวิเคราะห์แบบรายไตรมาส ปรากฏว่า จีดีพีของจีนเติบโตที่ระดับ 0.0% เมื่อไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว ทั้งที่ขยายตัว 3.9% เมื่อไตรมาสที่สาม หรือระหว่างเดือน ก.ค.-ก.ย. ที่ผ่านมา


ขณะที่ สถิติจีดีพีของจีนเมื่อปีที่แล้ว ขยายตัวที่ระดับ 3.0% เป็นสถิติย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2519 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายที่การปฏิวัติวัฒนธรรมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ

นอกจากนั้น สถิติที่ออกมายังถือว่าต่ำมาก เมื่อเทียบกับเป้าหมายอย่างเป็นทางการของรัฐบาล ซึ่งกำหนดไว้ที่ “ประมาณ 5.5%” และยังลดลงอย่างมากจากสถิติการขยายตัว 8.4% เมื่อปี 2564 เนื่องจากเป็นผลของการที่ภาครัฐยังคงกระชับมาตรการ “โควิดเป็นศูนย์”


อย่างไรก็ดี เอ็นบีเอสคาดการณ์ว่า สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของจีนอยู่บนแนวโน้มดีขึ้นในปีนี้ เนื่องจากมีการเปิดพรมแดนอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค. ที่ผ่านมา และคาดการณ์อัตราการขยายตัวของจีดีพีสำหรับปี 2566 ไว้ที่ 4.9%.

เครดิตภาพ : REUTERS