สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบราซิเลีย ประเทศบราซิล เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ว่า สำนักงานผู้ว่าการกรุงบราซิเลียรายงาน การเพิ่มกำลังสารวัตรทหาร เพื่ออารักขาศูนย์ราชการและสถานที่สำคัญอีกหลายแห่ง ซึ่งรวมถึงสำนักงานศาลฎีกา ในเขตใจกลางเมืองหลวง เพิ่มจาก 248 นาย เป็น 500 นาย โดยจะเป็นการประจำการอย่างถาวร
Brazil boosts security in capital Brasilia as riot investigations progress https://t.co/eTTAjUPGBw pic.twitter.com/fLPtbUxXBs
— Al Jazeera English (@AJEnglish) January 16, 2023
ขณะที่ กระทรวงยุติธรรมบราซิล ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า พนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่ามี “กลุ่มบุคคลมืออาชีพ” หรือ “กลุ่มบุคคลวงใน” เกี่ยวข้องกับการจลาจลเมื่อวันที่ 8 ม.ค. ที่ผ่านมา หรือไม่ ซึ่งเป็นการที่มวลชนฝ่ายสนับสนุน นายฌาอีร์ โบลโซนารู อดีตประธานาธิบดีฝ่ายขวา บุกรุกเข้าไปก่อการจลาจลภายในอาคารรัฐสภา ทำเนียบประธานาธิบดี และที่ทำการศาลฎีกา เพื่อประท้วงประธานาธิบดีลูอิซ อิกนาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ผู้นำคนปัจจุบัน ซึ่งเป็นฝ่ายซ้าย
The moment when Brazil’s riots began.
— Jack Nicas (@jacknicas) January 12, 2023
We obtained this stunning video showing how police were severely outnumbered and how protesters easily broke the single line of defense.
Our story on the security lapses in Brazil’s capital that led to the invasion: https://t.co/LQnKyiD5lJ pic.twitter.com/IuV6OlL1rd
ด้าน สำนักงานอัยการสูงสุดของบราซิล ประกาศการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาอย่างน้อย 39 คน จากอย่างน้อย 1,159 คน ซึ่งยังอยู่ภายในการควบคุมของเจ้าหน้าที่ เพื่อสอบสวนเกี่ยวกับเหตุจลาจลในวันดังกล่าว โดยพนักงานสอบสวนอายัดทรัพย์สินของบุคคลทั้ง 39 คนไว้ก่อน คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 40 ล้านเรอัลบราซิล ( ราว 259.96 ล้านบาท )
ในอีกด้านหนึ่ง โบลโซนารู ซึ่งพำนักอยู่ที่รัฐฟลอริดาของสหรัฐ ตั้งแต่ช่วงปีใหม่ นัยว่าเพื่อเลี่ยงการเข้าร่วมพิธีสาบานตนรับตำแหน่งของลูลา เมื่อวันที่ 1 ม.ค. ที่ผ่านมา ยืนกรานว่า “ไม่มีความเกี่ยวข้องในทางใดก็ตาม” กับการจลาจลที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ในประวัติศาสตร์การเมืองของบราซิล อย่างไรก็ตาม นายแอนเดอร์สัน ตอร์เรส อดีต รมว.ยุติธรรม ในสมัยรัฐบาลโบลโซนารู ถูกจับกุมเมื่อต้นสัปดาห์นี้ ฐานมีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์.
เครดิตภาพ : REUTERS



