เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี ประธานด้านนโยบายปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดการน้ำ พรรคเพื่อไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตอธิบดีกรมประมง โพสต์เรื่องราวในเฟซบุ๊กว่า “ชีวิตชาวประมงรันทดนัก”
ในฐานะที่เคยเป็นผู้นำการประมงระดับโลกมาแล้ว (ประธาน IPFC, SEAFDEC, ASEAN และ NACA) ผมขอยืนยันบนวิชาชีพของผมว่า นโยบายและวิธีการบริหารการประมงทะเลของประเทศไทยทั้งของรัฐบาลทหาร คสช.และรัฐบาลคุณประยุทธ์ผิดพลาด ล้มเหลว สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงแก่ประเทศ หากคิดเป็นมูลค่าน่าจะไม่น้อยกว่า 800,000 ล้านบาท ชาวประมงและแรงงานประมงตกงานอีกเป็นล้านคน
ในแง่มุมการเมืองก็ผิดพลาดเช่นกัน เพราะทุกพรรคได้ประกาศนโยบายหาเสียงไปแล้วว่า หากชนะการเลือกตั้งได้เป็นรัฐบาลก็จะแก้ไขปัญหานี้ พรรคสุดท้ายที่เพิ่งประกาศไปคือ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งก็แปลกเพราะรัฐมนตรีเกษตรฯ ซึ่งคุมกรมประมงแท้ๆ ยังไม่เห็นด้วยเลย
เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเรียกว่า IUU หรือแปลเป็นไทยง่ายๆ คือ การประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม ซึ่งฝรั่ง EU หรือประชาคมยุโรปในปี 2558 เขากล่าวหาประเทศทางเอเชียซึ่งหมายรวมถึงไทยด้วย ซึ่งมองว่าเป็นการดำเนินการตามก้นอเมริกาที่ประกาศกล่าวหาไทยในเรื่องแรงงานผิดกฎหมายมาก่อนหน้านั้นแล้ว (สมคบกัน)
ฝรั่งเขากล่าวหาไทย 5 ข้อคือ (1) กฎหมายประมงไทยล้าสมัย (2) ไทยไม่มีแผนปฏิบัติการระดับชาติเพื่อยับยั้งการประมงที่ผิดกฎหมาย (3) ไทยไม่มีแผนจัดการการประมงทะเล (4) ไทยไม่มีระบบตรวจสอบย้อนหลัง และ (5) ไทยไม่มีข้อบังคับให้เรือประมงติดเครื่องมือติดตามเรือในทะเล

ผมเห็นว่า มันเป็นเรื่องเหมือนหมาป่ากับลูกแกะ กฎหมายประมงไทยล้าหลังมันหนักหัวอะไรใคร กฎหมายไทยก็มีมาตรฐานเหมือนประเทศอื่นๆ ส่วนการปรับแก้ไขนั้นก็ทำมาเรื่อยๆตามสภาพที่เปลี่ยนแปลงไป ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศราชของใครนะ กล่าวหาว่า ไทยไม่มีแผนยับยั้งการประมงผิดกฎหมาย จะบ้าหรือไง ปีๆ หนึ่งจับชาวประมงที่ทำผิดกฎหมายมากมายจนสงสารไปแล้ว อ้างว่า ไทยไม่มีแผนการประมงทะเล ถ้าจริงอย่างที่พูด แล้วไทยเป็นที่ 1 ในโลกทางการประมงในสมัยปลอดประสพได้อย่างไร ส่วนเรื่องเครื่องมือติดตามเรือยามออกทะเล ก็ต้องค่อยเป็นค่อยไป มันราคาแพงและต้องซื้อจากพวกคุณไม่ใช่หรือ สำหรับการตรวจสอบย้อนหลังก็เช่นกัน ต้องถามกลับว่า แล้วพวกคุณทำไม่ไปหาเรื่องกับประเทศที่เขาขายปลามาให้ไทยแปรรูปว่า ได้ปลามาอย่างไร มาตามหาเรื่องจากคนซื้อได้หรือ
ทีนี้เมื่อเขาขู่แล้วรัฐบาลทหารทำอย่างไร มันถึงยุ่งมาจนถึงทุกวันนี้ ด้วยกลัวฝรั่งมั้ง 29 เม.ย. 58 หัวหน้า คสช. คือคุณประยุทธ์ ก็ประกาศตั้ง “ศูนย์บัญชาการแก้ปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย” มีทหารทั้งบกทั้งเรือเข้ามาบัญชาการทันที จากนั้นก็ออกพระราชกำหนดปราบปรามการทำการประมงที่ผิดกฎหมายแบบรุนแรง โดยให้อำนาจเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมเรือเข้าเรือออก (PIPO) ควบคุมการออกใบอนุญาต (อาชญาบัตร) บังคับให้เรือทุกลำติดเครื่องติดตามเรือ (VMS) และจัดสร้างระบบการประเมินความเสี่ยงต่างๆ ขบวนการที่ทำก็คล้ายๆ การปฏิวัตินั่นแหละ
มาถึงวันนี้ยังไม่หนำใจ ตั้งคณะทำงานขึ้นมาอีก 2 ชุด ชุดแรกทำหน้าที่เฝ้าระวังมีกรรมการ 20 คน ชุดที่สองทำหน้าที่ปฎิบัติการ มีกรรมการ 15 คน คือเอาให้ตายเลย ประดุจชาวประมงเป็นอาชญากร โดยอ้างว่าจะปราบส่วยด้วยและคุ้มครองลูกปลา (มาแปลก)
ถ้าถามผมว่า เรื่องทั้งหลายแหล่เหล่านี้มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร คำตอบคือ ฝ่ายฝรั่งทั้งอเมริกา ยุโรปตลอดไปถึง FAO ใช้วิธีคิดแบบ ”เจ้าอาณานิคม” ส่วนฝ่ายไทยก็คิดแบบทหาร มุ่งยุทธศาสตร์ผลประโยชน์ทางทะเลแบบครอบจักรวาล ปฏิบัติแบบเผด็จการ เช่น ออกประกาศ คสช. ออกพระราชกำหนด ตั้งศูนย์อำนวยการเบ็ดเสร็จเข้าควบคุมหมดทุกกระทรวงทบวงกรม แต่ที่สำคัญที่สุด น่าจะเป็นคือต้องการเอาใจ EU เพื่อให้เขารับรองสถานะของรัฐบาลทหาร โดยเฉพาะให้คณะรัฐมนตรีของรัฐบาล คสช. เดินทางไปยุโรปได้
คำถามที่สำคัญก็คือ แล้วจะแก้ไขอย่างไร ตอนนี้ได้เริ่มแล้วครับ พรรคเพื่อไทยและพรรคอื่นๆ เกือบทั้งหมด กำลังเจรจาขอให้เลื่อนข้อเสนอแก้ พ.ร.บ.ประมงซึ่งชาวประมงเสนอมาเข้ามาพิจารณาโดยทันที โดยหวังว่า ระยะเวลาของสภาที่เหลืออีก 1-2 เดือน จะสามารถแก้ไขสาระที่สำคัญออกมาก่อน
ในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ยังไงก็จะต้องมีการเจรจากับ UN EU และ FAO ใหม่อีกรอบบนพื้นฐานทางวิชาการและวัฒนธรรมการประมงของแต่ละชาติ และเราไม่ควรทำคนเดียว ควรเจรจาหาพวกใน ASAEN โดยเฉพาะเชิญจีนและไต้หวันเข้าร่วมเจรจาด้วย สำหรับประเทศไทยเองจะเจรจาได้อย่างมีประสิทธิภาพก็ต้องภายใต้รัฐบาลประชาธิปไตยเต็มใบและมีหัวหน้าทีมเจรจาที่มีความรู้และประสบการณ์ เป็นที่ยอมรับของนานาชาติ โดยมีชาวประมงร่วมเป็นองค์คณะด้วย ซึ่งดูเหมือนพรรคเพื่อไทยได้มีการเตรียมตัวในเรื่องนี้ไว้แล้ว
สุดท้ายสำหรับผม วิชาการประมงและกรมประมงคือชีวิตและจิตวิญญาณของผม ส่วนชาวประมงนั้น คือเพื่อนรักที่ร่วมเป็นร่วมตายกันมา บั้นปลายชีวิตแล้วผมจะต้องแก้ไขเรื่องนี้ให้สำเร็จให้จงได้



