สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ว่า ศาลภาษีอากรในกรุงมะนิลามีคำพิพากษา เมื่อวันพุธ ยกฟ้อง น.ส.มาเรีย เรสซา จากข้อกล่าวหาว่าทั้งตัวเธอ และ “แรปป์เลอร์” สำนักข่าวออนไลน์ที่เธอร่วมก่อตั้ง เจตนาหลบเลี่ยงภาษี โดยผู้พิพากษากล่าวเพียงว่า “หลักฐานของอัยการยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอ” ขณะที่ เรสซา กล่าวว่า คำตัดสินของศาลสะท้อนให้เห็นว่า คดีนี้ “เป็นเรื่องทางการเมือง”
Nobel laureate & Rappler CEO Maria Ressa holds back tears as she celebrates her court victory today. “Today, facts win, truth wins, justice wins,” adds her acquittal isn’t just for Rappler “but for every Filipino who has ever been unjustly accused.” @straits_times pic.twitter.com/ktrYpHOqcR
— Mara Cepeda (@maracepeda) January 18, 2023
แม้ผ่านพ้นคดีแรกมาได้ แต่แรปป์เลอร์ยังไม่ถือว่า “ผ่านพ้นมรสุมแล้ว” เพราะยังตกเป็นจำเลยในอีกหลายคดี หนึ่งในนั้นคือคดีที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ( เอสอีซี ) ของฟิลิปปินส์ ยื่นฟ้องแรปป์เลอร์ละเมิดกฎหมาย ว่าด้วยการควบคุมการลงทุนของต่างชาติในกิจการสื่อท้องถิ่น ด้วยการ “ขายการควบคุมให้กับนายทุนต่างชาติ” เนื่องจากแม้แรปป์เลอร์จดทะเบียนก่อตั้งบริษัทในฟิลิปปินส์ แต่กลับมาสำนักงานใหญ่อีกแห่ง อยู่ที่กรุงจาการ์ตา เมืองหลวงของอินโดนีเซียด้วย
JUST IN: Rappler CEO Maria Ressa has been acquitted by the Court of Tax Appeals 1st Division of 4 counts of violation of the National Internal Revenue Code involving a total of P70 million basic tax. | via @adrianayalin
— ABS-CBN News (@ABSCBNNews) January 18, 2023
Story to follow at https://t.co/pCyTuluM8U. pic.twitter.com/Mv7O4GYXrn
ด้าน ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ผู้นำฟิลิปปินส์คนปัจจุบัน กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า รัฐบาลไม่มีสิทธิและไม่มีอำนาจเข้าไปก้าวก่ายคดีความของแรปป์เลอร์ ที่ยืดเยื้อมาจากสมัยรัฐบาลของประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต และให้ทุกอย่างเป็นไปตามกลไกของกระบวนการยุติธรรม
อนึ่ง เรสซา วัย 59 ปี ถือเป็นชาวฟิลิปปินส์คนแรก ซึ่งได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เมื่อปี 2564 ร่วมกับ นายดมิทรี มูราทอฟ ผู้สื่อข่าวชาวรัสเซีย
Amnesty International reiterates its call to the Marcos Jr administration to investigate and deliver justice for the human rights violations that journalists report and protect press freedom.
— Amnesty International (@amnesty) January 18, 2023
สืบเนื่องจากคำตัดสินของศาลอุทธรณ์คดีภาษีให้ น.ส. มาเรีย เรสซา พ้นผิดจากข้อหาเลี่ยงภาษี สี่กระทง
นาย บุชต์ โอลาโน ผู้อำนวยการ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ฟิลิปปินส์ เผยว่า “แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลยินดีกับการตัดสินยกเลิกข้อหาเลี่ยงภาษีของน.ส. มาเรีย เรสซา นักข่าวชื่อดังและเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เราขอเรียกร้องให้ทางการยกเลิกข้อกลั่นแกล้งทางไซเบอร์และข้อหาอื่นๆ ของเรสซาทันทีเพื่อให้เธอสามารถทำงานต่อไปได้”
“บทบัญญัติเกี่ยวกับการฟ้องหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาทางไซเบอร์ (Cyber Libel) ของกฎหมายป้องกันอาชญากรรมไซเบอร์ (Cybercrime Prevention Act) ยังคงถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด และเป็นการปฏิบัติมิชอบ โดยทางการเพื่อข่มขู่นักข่าวและคุกคามนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่พูดความจริงกับผู้มีอำนาจ การปฏิบัติเช่นนี้ เป็นการคุกคามสิทธิในเสรีภาพการแสดงออก และเสรีภาพของสื่อมวลชน และยังทำให้เกิดการลอยนวลพ้นผิดของรัฐบาลมากขึ้น”
“แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลขอย้ำถึง การเรียกร้องให้ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ประกันว่า จะมีมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้นในการสอบสวนการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่นักข่าวเขียนถึง โดยมีเป้าหมายในการให้ข้อมูลข้อเท็จจริงเพื่อเปิดเผยความจริง”
“แทนที่จะนิ่งเฉยท่ามกลางการคุกคามและโจมตีนักข่าว มาร์กอส จูเนียร์ควรเป็นผู้นำในความพยายามยกเลิกและแก้ไขกฎหมายที่เลือกปฏิบัติทั้งหมด ซึ่งจำกัดสิทธิเสรีภาพของสื่อ และเสรีภาพในการแสดงออก รวมถึงกฎหมายป้องกันอาชญากรรมไซเบอร์ ปี 2555 และดำเนินการอย่างจริงจัง เพื่อยุติการโจมตีนักข่าวอิสระและสื่อมวลชนโดยทั่วไป”.
เครดิตภาพ : REUTERS



